วันอาทิตย์ , 19 พฤศจิกายน 2017

การใช้บังคับ พ.ร.บ. กสทช. พ.ศ. ๒๕๕๓

พฤษภาคม 23, 2014 3:05 pm by: Category: เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

22-3-56-03

จากเหตุที่มาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้บัญญัติเป็นครั้งแรกให้คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลการประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่ดังกล่าว ทำให้เกิดองค์กร “คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)” กำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคม แต่ไม่เกิดองค์กร “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.)” ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จากเหตุขัดข้องในการสรรหานานกว่า ๕ ปี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๗ จึงแก้หลักการให้มีองค์กรที่เป็นอิสระในการกำกับดูแลการจัดสรรคลื่นความถี่และการประกอบกิจการเกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่ข้างต้นเพียงองค์กรเดียว การตราพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อรองรับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญข้างต้น จึงถูกตราขึ้นอย่างรวบรัด ภายใต้ประเด็นโต้แย้งระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในที่สุดคณะกรรมาธิการร่วมกันของทั้งสองสภาก็เห็นชอบพระราชบัญญัตินี้ โดยยังค้างคาประเด็นโต้แย้งไว้ในกฎหมาย และประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ประกอบกับปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เทคโนโลยีด้านวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หลอมรวมเข้าด้วยกัน (Technology Convergence) จนยากแก่การแยกเป็นกิจการใดโดยเฉพาะ รวมตลอดถึงการกำกับดูแลดังกล่าวข้างต้นด้วย

คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ตระหนักถึงปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องนานาประการอันเกิดจากการใช้บังคับกฎหมายฉบับนี้ แม้มีการใช้บังคับเพียงปีเศษ จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามการใช้บังคับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ขึ้น เพื่อศึกษาในทุกประเด็นปัญหาทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติ รวมทั้งการสนองตอบเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่กำหนดรูปแบบองค์กรกำกับดูแลเป็นองค์กรเดียว ซึ่งสรุปเป็นข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ รวม ๑๑ ประเด็น อาทิ คำจำกัดความ ผู้รักษาการตามกฎหมาย องค์ประกอบคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ การเรียกคืนคลื่นความถี่ การห้ามโอนใบอนุญาตและการต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง เป็นต้น และข้อสังเกต ๔ ประการ ได้แก่ ๑) ควรมีการกำหนดคำนิยามใหม่ของ “การหลอมรวมทางเทคโนโลยี” (Technological Convergence) ๒) กรรมการสรรหาที่เป็นลักษณะองค์กรควรเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและไม่มีประโยชน์ทับซ้อน ๓) ควรปรับปรุงสัดส่วนคณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนาโดยเพิ่มผู้แทนด้านเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และเทคโนโลยี ๔) ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ควรให้วุฒิสภาเป็นผู้กำหนดโดยความเห็นชอบร่วมกัน โดยคาดหวังว่าผลการศึกษาจะสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากฎหมายโทรคมนาคมและการสื่อสารต่อไป  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

 

 

ภาพประกอบจาก http://www.newsbroadcastingcouncil.or.th/?p=1119

|  4,925 views

Leave a Comment

*

scroll to top