วันพุธ 28 มิถุนายน 2017

ข่าวประชาสัมพันธ์
Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ.การศึกษาและการกีฬา ประชุมพิจารณาจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการส่งเสริมคุณภาพทางโภชนาการเพื่อสุขภาวะและการเจริญเติบโตของนักเรียน พร้อมยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

กมธ.การศึกษาและการกีฬา ประชุมพิจารณาจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการส่งเสริมคุณภาพทางโภชนาการเพื่อสุขภาวะและการเจริญเติบโตของนักเรียน พร้อมยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

A+ / A-

 

12

วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ ดร.ตวง  อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๐ ณ อาคารรัฐสภา ๒
มีประเด็นสำคัญในการพิจารณา อาทิ

พิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบาย เรื่อง โครงการอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาวะและการเจริญเติบโตของนักเรียน

รศ.คุณหญิงสุมณฑา  พรหมบุญ ที่ปรึกษา กมธ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และโครงการอาหารกลางวันในระดับการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พร้อมกับได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงาน รวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูล และได้จัดทำเป็นร่างรายงานการพิจารณาศึกษาข้อเสนอเชิงนโยบาย เรื่อง โครงการอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาวะ และการเจริญเติบโตของนักเรียน เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการโดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ เช่น ในระดับนโยบายนั้นต้องบริหารโครงการต่าง ๆ ที่ทำให้นักเรียนได้รับอาหารและโภชนาการที่เหมาะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ให้อำนาจคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) แต่งตั้งคณะกรรมการ ระดับท้องถิ่นและระดับโรงเรียนเพื่อให้การบริหารจัดการเกิดการมีส่วนร่วมภายในจังหวัด ในการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมคุณภาพและสุขภาพของเด็กไทยให้มีความยั่งยืน ควรมีการร่วมมือกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านการเจริญเติบโตและด้านสุขภาพของนักเรียนให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และโรงเรียน และให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่จะต้องตรวจวัดประเมินนักเรียนเป็น
ระยะ ๆ ควรดำเนินการจัดสรรงบประมาณรายหัวตรงไปยังโรงเรียน โดยให้โรงเรียน ชุมชนและท้องถิ่น ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน และโครงการ อาหารกลางวันในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสุขภาวะและการเจริญเติบโตของนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นระบบ เป็นต้น ซึ่งคณะกรรมาธิการได้มีมติเห็นชอบกับร่างรายงานการพิจารณาศึกษาดังกล่าว โดยขอให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณานำความเห็นของที่ประชุมไปประกอบในรายงานการพิจารณาศึกษาก่อนจะนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาและมติให้ความเห็นชอบต่อไป

พิจารณาแนวทางการพัฒนาระบบการฝึกหัดครู

รศ.คุณหญิงสุมณฑา  พรหมบุญ ที่ปรึกษา กมธ. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ด้วยคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ร่วมกันพิจารณาแนวทาง การพัฒนาระบบการฝึกหัดครูเพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครูสู่การปฏิบัติให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการปฏิรูประบบและรูปแบบการผลิตครู การปฏิรูประบบและรูปแบบการพัฒนาครู และการปฏิรูประบบการใช้ครูและระบบบริหารงานบุคคลของครู แต่ทั้งนี้ ปัญหาที่มีความสำคัญ คือ การขาดสถาบันกลางหรือศูนย์กลางการพัฒนาและกำกับดูแลระบบการฝึกหัดครู ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นหลังจากไม่มีกรมการฝึกหัดครู ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้รับทราบกรณีดังกล่าวและเห็นควรให้คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวในเชิงลึกโดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้นถึงรูปแบบ “ระบบการผลิตและพัฒนาครู” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้าน
การศึกษา ตามมาตรา ๒๕๘ จ. (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเสนอผลสรุปการพิจารณาต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่อไป

 พิจารณาแนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

รศ.วุฒิชัย  กปิลกาญจน์ กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาได้ตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์แรงงานด้านเทคนิคของประเทศในช่วงปัจจุบัน พบว่า การผลิตบุคลากรด้านอาชีวศึกษาที่เข้าสู่ภาคแรงงานและภาคประกอบการนั้นมีปัญหาทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ต่อกรณีดังกล่าวสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงได้มีการริเริ่มการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี โดยทำความร่วมมือกับสถานประกอบการภายใต้แนวคิดในการพัฒนา และยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ดังนั้น ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการอาชีวศึกษา จึงมีโอกาสรับฟังข้อมูลสำคัญจาก นายสมบูรณ์  พิทยรังสฤษฏ์ กรรมการ สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ ในฐานะผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีตามโครงการกองทุนการศึกษาของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียน ๑) เรียนรู้เท่าที่ใช้งานจริง ๒) เรียนให้รู้จริงและสามารถปฏิบัติงานได้ ๓) เรียนรู้จากสถานการณ์จริง และแก้ไขปัญหาได้ และ ๔) เรียนรู้วิธีการและพัฒนาระบบการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้

การดำเนินการที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินการประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เนื่องจากการจัดการศึกษาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายส่วนด้วยกัน ทั้งระบบการจัดการศึกษา หลักสูตรครูฝึก ครูพี่เลี้ยง สภาวะแวดล้อมของผู้เรียน รวมถึงสถานประกอบการที่ทำความร่วมมือจัดการศึกษาด้วยเช่นกัน และพบว่าบางสาระวิชาที่มีความสำคัญหายไปจากการจัดเรียนการสอน เช่น การขึ้นรูปโลหะแผ่น และการหลอมโลหะ เป็นต้น นอกจากนี้ เห็นควรว่าการจัดการศึกษาในกลุ่มรายวิชาสามัญควรดำเนินการให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเมื่อผู้เรียนเข้ามาศึกษาและพัฒนาทักษะความรู้ในระดับอาชีวศึกษาแล้วจะได้รับการพัฒนาและปลูกผังความรู้ที่มุ่งเน้นให้มีทักษะทางวิชาชีพหรือวิชาชีพเฉพาะทางทั้งระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี เพื่อนำไปใช้สร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดทักษะกระบวนการคิดและเทคนิคในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการเห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินการดังกล่าวและเห็นควรให้มีเดินทางไปศึกษาดูงานยัง
สถานประกอบการที่ทำความร่วมมือตามโครงการกองทุนการศึกษาของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรับทราบถึงที่มา แนวทางและกระบวนการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และจะสังเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา พร้อมกับเสนอผลสรุปการพิจารณาศึกษาต่อคณะกรรมาธิการต่อไป

2 3 4 5 6 7 8

|  49 views

Leave a Comment

*

scroll to top