วันอาทิตย์ , 19 พฤศจิกายน 2017

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ.การศึกษาและการกีฬาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการผลิตและพัฒนาครูอาชีวศึกษา

กมธ.การศึกษาและการกีฬาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการผลิตและพัฒนาครูอาชีวศึกษา

กันยายน 14, 2017 3:12 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๐ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ทําหน้าที่ประธานในการประชุม คณะการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติครั้งที่ ๒๔/๒๕๖๐ โดยที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ที่สําคัญ ดังนี้

20170914_๑๗๐๙๑๔_0005

๑. จัดทํารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ครูอาชีวศึกษา : การผลิต การพัฒนาและมาตรฐานครูวิชาชีพ”

รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา ได้รายงานความคืบหน้าการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ครูอาชีวศึกษา : การผลิต การพัฒนาและมาตรฐานครูวิชาชีพ” ของคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการมีสาระสําคัญคือ ปัจจุบันยังไม่มีการกําหนดมาตรฐานการผลิตครูอาชีวศึกษาโดยเฉพาะ แต่นํามาตรฐานการผลิตครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมาใช้กับการผลิตครูอาชีวศึกษา แต่ลักษณะและคุณสมบัติที่สําคัญของครูอาชีวศึกษามีความแตกต่างจากครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้น จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกําหนดมาตรฐานครูอาชีวศึกษาเป็นการเฉพาะเพื่อให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานและสถานศึกษาจะได้นํามาตรฐานที่กําหนดไปจัดทําหลักสูตรให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่กําหนด ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการเห็นควรเสนอกําหนดหลักสูตรการผลิตครูอาชีวศึกษา ๕ ปี โดยสถาบันการศึกษาจะต้องจัดการศึกษาให้นักศึกษามีสมรรถนะในหน้าที่สําหรับครูอาชีวศึกษา และสมรรถนะความเชี่ยวชาญของครูอาชีวศึกษาเฉพาะสาขา ซึ่งนักศึกษาจะต้องปฏิบัติการสอนในสถาบันอาชีวศึกษา โดยสถาบันการผลิตจะต้องดําเนินการร่วมกับ
สถานศึกษาที่นักศึกษาไปสอน ให้เป็นไปตามมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพครูอาชีวศึกษา

ทั้งนี้คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาจะได้ดําเนินการจัดทํารายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง “ครูอาชีวศึกษา : การผลิต การพัฒนา และมาตรฐานครูวิชาชีพ” ให้สมบูรณ์ต่อไป

20170914_๑๗๐๙๑๔_0013

๒. พิจารณาศึกษาแนวทางและการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการอาชีวศึกษาสู่ Thailand 4.0

รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา ได้รายงานความคืบหน้าการพิจารณาศึกษา “แนวทางและการพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการอาชีวศึกษาสู่ Thailand 4.0” ของคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ มีสาระสําคัญ คือ ประเทศญี่ปุ่นมีระบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาที่มุ่งผลิตผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถมีสมรรถนะและเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรมซึ่งประเทศญี่ปุ่นจะมีวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งชาติ (KOSEN) ระบบการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาของ KOSEN เป็นระบบที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เป็น Practical Engineer มีกระบวนการจัดการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนได้เป็นนักวิจัย มีความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก หากนําระบบการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาของ KOSEN มาประยุกต์ใช้ก็จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาของไทย สามารถพัฒนาและยกระดับผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถและมีสมรรถนะเป็นที่ต้องการของภาคแรงงานมากขึ้น ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเห็นควรเชิญ Dr. Isao Taniguchi, President of National Institute of Technology (KOSEN) เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา ในวันจันทร์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา

20170914_๑๗๐๙๑๔_0028

๓. พิจารณาการพัฒนากีฬาแห่งชาติ
พลตรีจารึกอารี ราชการัณย์รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการกีฬา ได้รายงานเรื่องแนวทางการพัฒนากีฬาแห่งชาติต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ มีสาระสําคัญ คือ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล สหพันธ์กีฬานานาชาติ (๓๓ ชนิดกีฬา) และสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย เป็นองค์กรกีฬาระหว่างประเทศที่มีบทบาทสําคัญในการจัดการแข่งขันกีฬา การส่งเสริมและพัฒนาการกีฬาของประเทศที่เป็นสมาชิกและเป็นองค์กรที่ประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงควรผลักดันให้มีผู้แทนประเทศไทย เป็นกรรมการบริหารในองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ประโยชน์ต่อการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการกีฬาของไทย

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่านอกจากการมุ่งพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศแล้ว ควรมุ่งพัฒนากีฬาเพื่อสุขภาพด้วย
ซึ่งมีผลต่อการศึกษาเรียนรู้เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น สมองส่วนที่เกี่ยวกับการเรียนด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์จะอยู่ใกล้กับสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนและขาซึ่งมีงานวิจัยของต่างประเทศพบว่านักเรียนที่ได้ว่ายน้ําก่อนการเรียนวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์จะมีผลการเรียนที่ดีกว่าไม่ได้ว่ายน้ําก่อนเรียน จึงเห็นได้ว่าการออกกําลังกายอย่างมีองค์ความรู้ทางวิชาการสามารถส่งเสริมให้การเรียนรู้ด้านต่างๆดีขึ้น

นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกําลังกายที่เหมาะสมตามช่วงวัยให้แก่ประชาชนได้รับทราบเพื่อให้ประชาชนมีความสมบูรณ์ทางร่างกายที่เหมาะสมตามช่วงวัย

20170914_๑๗๐๙๑๔_0060

|  89 views

Leave a Comment

*

scroll to top