วันศุกร์ 20 ตุลาคม 2017

ข่าวประชาสัมพันธ์
Home » กิจกรรมพิเศษ » กิจกรรม สนช. » ประธาน สนช. ให้การรับรองเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย 

ประธาน สนช. ให้การรับรองเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย 

A+ / A-

วันพุธที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องรับรองพิเศษ ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๒ ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้การรับรองนายเฟอร์นันโด
ฆูลิโอ อันโตนิโอ กีโรส กัมโปส (H.E. Mr. Fernando Julio Antonio Quiros Campos) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทย เพื่อแนะนำตัวในโอกาสที่เข้ารับหน้าที่ โดยมี พลเอก ไพโรจน์ พานิชสมัย ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
คณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เปรู ประกอบด้วย พลเอก ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ และพลตรี พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ กรรมการบริหารฯ พร้อมด้วย นางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร่วมให้การรับรอง

โอกาสนี้ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับการรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเปรูประจำประเทศไทยในครั้งนี้ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเปรู มีความสัมพันธ์อันดีเป็นเวลากว่า ๕๒ ปี โดยทั้งสองประเทศได้มุ่งเน้นการพัฒนาและกระชับความสัมพันธ์ที่ดีในทุกระดับ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางการเมืองและทางด้านรัฐสภา ซึ่งรัฐสภาไทยได้จัดตั้งกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-เปรู และได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ สำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งสองประเทศมีกลไกความร่วมมือในระดับทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อตกลงเสรีทางการค้า (FTA) ร่วมกัน ซึ่งข้อตกลงเสรีทางการค้ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เปรูเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาที่ไทยเปิดการเจรจาและลงนาม FTA ด้วย พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกมิติ รวมทั้งขยายการค้า การลงทุนต่างๆ ระหว่างกันมากยิ่งขึ้น และในปัจจุบันมีคนไทยให้ความสนใจในการเรียนภาษาสเปนมากขึ้น เนื่องจากภาษาสเปนเป็นภาษาประจำชาติสาธารณรัฐเปรู ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้นในอนาคตและขณะนี้ไทยกำลังอยู่ในช่วงการปฏิรูปประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนและคาดว่า จะสามารถจัดการเลือกตั้งภายในปี ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่วางไว้ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑๐ ฉบับ ซึ่ง ๔ ฉบับจะนำไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมป (Roadmap) ที่วางไว้

ด้านเอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งไทยเป็นหุ้นส่วนทางด้านการค้า การลงทุนที่สำคัญของเปรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตการค้าเสรี (FTA) ร่วมกันระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ เปรูพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดในการสนับสนุนส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกันให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น โดยจะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมในทุกด้าน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศต่อไป

1505892335313 1505892333677 1505892332092 1505892330169

|  88 views

Leave a Comment

*

scroll to top