วันอาทิตย์ , 21 มกราคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปการประชุม กมธ. การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑

สรุปการประชุม กมธ. การคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑

มกราคม 11, 2018 3:09 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

aa1

วันอังคารที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๑๑ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒
เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา
– พิจารณาติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ
ผลการพิจารณา
(๑) คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางบกและทางราง
ตามที่คณะกรรมการบูรณาการแผนการพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อและพื้นที่ต่อเนื่อง ได้พิจารณาและมีแผนย้ายสถานีหมอชิตออกจากพื้นที่ศูนย์การคมนาคมบางซื่อ ในปี ๒๕๖๖ โดยใช้พื้นที่ของโครงการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ โดยบริษัท บางกอกเทอร์มินอลจำกัดหรือ BKT (ซันเอสเตท เดิม) เพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทยพัฒนาสถานีกลางบางซื่อในเชิงพาณิชย์ เต็มรูปแบบ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเดินรถไฟ ในส่วนของการแก้ปัญหาที่ตั้งของสถานี บขส. และการเชื่อมโยงกับสถานีกลางบางซื่อ การให้บริการของสถานี บขส. ในปัจจุบัน ควรใช้โครงการพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุเป็นสถานี บขส. แห่งใหม่ ตลอดจนรูปแบบการเดินทางของประชาชนและพัฒนาสถานีกลางบางซื่อเป็น Transportation Hub โดย บขส. จะเป็นผู้บริหารจัดการอาคารในชั้น ๔ และชั้น ๕ พื้นที่ประมาณ ๑๑๒,๐๐๐ ตารางเมตร เป็นจุดให้บริการผู้โดยสาร โดยเป็นจุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร จุดพักรอขึ้นรถโดยสาร และจัดให้มีพื้นที่สำหรับให้รถเข้าเทียบชานชลาเพื่อรับผู้โดยสารโดยกระทรวงคมนาคม มีแผนพัฒนาพื้นที่ในเชิงพานิชย์ประมาณ ๒,๓๒๕ ไร่ ประกอบด้วย สถานีกลางบางซื่อจะเปิดในปี ๒๕๖๔ จำเป็นที่ บขส. จะต้องออกจากที่เดิมตามที่เคยมีมติ คจร. ให้บขส. ย้ายจากหมอชิตเดิมไปอยู่ที่บางซื่อเป็นการชั่วคราว ได้ทบทวนมติต่าง ๆ และพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ และได้หารือกับ บขส. เกี่ยวกับความต้องการของ บขส. ในอนาคต

คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่า ในการดำเนินการจะต้องพิจารณาเรื่องการบริการประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ ไม่ควรดำเนินการในเรื่องที่จะเป็นข้อผูกมัดหรือผูกพันในอนาคต การดำเนินโครงการ ควรพิจารณาพฤติกรรมการใช้ การเดินทาง ความเจริญในอนาคตในระยะยาวในการจะเชื่อมออกด้านหลังถนนวิภาวดีรังสิตที่ผ่านมาเคยมีการคัดค้าน ในเบื้องต้นควรพิจารณาในด้านโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงเส้นทางเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดไม่ให้รบกวนการจราจรด้านล่าง แล้วจึงพิจารณาเรื่องสถานี ตราบใดที่ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานให้สมบูรณ์ก่อนสร้างสถานีแล้วพิจารณาแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานรอบๆ สถานีในภายหลัง จะเป็นการสร้างปัญหาในอนาคต กระทรวงคมนาคม สำนักงานและแผนการขนส่งและจราจร มีบทบาทในเรื่องการจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางและการสัญจรต่าง ๆ ขอให้พิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ก่อน

(๒) คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ
ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปรือ มีหนังสือมายังคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง ความเดือดร้อนของชุมชนโดยรอบสนามบิน ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๐ ขอให้คณะกรรมาธิการการคมนาคมพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้ความยินยอมใช้พื้นที่ริมคลองหนองงูเห่า บริเวณใกล้โรงสูบน้ำ ๒ ท่าอากาศ
ยานสุวรรณภูมิ ก่อสร้างสะพานโครงสร้างเหล็กข้ามคลองหนองงูเห่า ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๗๐ เมตร สูงจากระดับน้ำ ๓ เมตร และก่อสร้างถนนโครงสร้างเหล็ก ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ระยะทาง ๑,๑๐๐ เมตร พร้อมท่อระบายน้ำ ๐.๘๐ เมตร ทั้งสองฝั่งถนนโดยโครงการดังกล่าวเป็นพื้นที่บริเวณริมคลองหนองงูเห่าอยู่ภายนอกแนวรั้วของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) แจ้งว่าไม่สามารถให้ใช้พื้นที่ริมคลองหนองงูเห่าเนื่องจากส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการท่าอากาศยานทางด้านความปลอดภัยด้านการบิน และมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน ประกอบกับบริเวณพื้นที่การก่อสร้างอยู่ประชิดแนวรั้วท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ ภายนอกขอบเขตของท่าอากาศยาน (นอกแนวรั้ว) หาก ทอท. ยินยอมให้ก่อสร้างจะเกิดผลกระทบต่อการดำเนินกิจการท่าอากาศยานด้านการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และกฎหมายของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในส่วนกรมทางหลวงชนบทได้มีแผนการก่อสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนรอบสนามบินและเพื่อระบายรถจากถนนบางนา – ตราด (จากด้านเหนือของสนามบินไปด้านใต้
ของสนามบิน) โดยเชื่อมระหว่างถนนกิ่งแก้ว – วัดศรีวารีน้อย – มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ห่างจากแนวรั้วของสนามบิน ๑๐๐ เมตร อย่างไรก็ดี ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท ได้กล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามแผนการก่อสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนรอบสนามบินและเพื่อระบายรถจากถนนบางนา– ตราด กรมทางหลวงได้มีการพิจารณาปรับปรุงเส้นทางในการก่อสร้างแล้วโดยย้ายแนวถนนให้ห่างจากรั้วสนามบินประมาณ ๑ กิโลเมตร

(๓) คณะอนุกรรมาธิการศึกษาด้านโลจิสติกส์
คณะอนุกรรมาธิการศึกษาด้านโลจิสติกส์ ได้มีการพิจารณาแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ National Single Window ร่วมกันเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมครบทุกหน่วยงานและจะสรุปผลให้คณะกรรมาธิการทราบต่อไป

คณะกรรมาธิการกำหนดนัดประชุมครั้งต่อไป ในวันอังคารที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องรับรอง ๑ – ๒ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒

aa2

|  86 views

Leave a Comment

*

scroll to top