วันพฤหัส , 15 พฤศจิกายน 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาและการกีฬา พิจารณารับฟังข้อมูลสรุปบทเรียน เกี่ยวกับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคี : สาขาวิชาระบบขนส่งทางรางและสาขาวิชาช่างอากาศยาน

กมธ. การศึกษาและการกีฬา พิจารณารับฟังข้อมูลสรุปบทเรียน เกี่ยวกับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคี : สาขาวิชาระบบขนส่งทางรางและสาขาวิชาช่างอากาศยาน

กุมภาพันธ์ 8, 2018 4:19 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. ได้มีการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๑ มีการพิจารณาเกี่ยวกับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคี โดยเชิญสถาบันการศึกษาที่ได้มีการดำเนินการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคีร่วมกับสถานศึกษาในต่างประเทศ มาให้ข้อมูล สรุปบทเรียนจากการดำเนินการ รูปแบบการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน สภาพปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ ตลอดจนความต้องการให้มีการช่วยเหลือผลักดันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีสาระสำคัญ ดังนี้

 

การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคี : สาขาวิชาระบบขนส่งทางราง
ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ ได้ให้ข้อมูลว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมระบบคมนาคมในโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เพื่อพัฒนาระบบขนส่ง ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งระหว่างประเทศให้มีความสะดวกทันต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการคมนาคม ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินการจัดให้มีการเรียนการสอนด้านรถไฟความเร็วสูง ระบบขนส่งทางรางให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศด้านคมนาคมขนส่ง และในปีการศึกษาที่ ๑/๒๕๕๘ สอศ. ได้นำร่องสถานศึกษาภูมิภาคละ ๑ สถานศึกษา จำนวนทั้งสิ้น ๕ แห่ง โดยวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ เป็นสถานศึกษาหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่นำร่องตามโครงการส่งเสริมการฝึกปฏิบัติทักษะวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการไทย – จีน ดังนี้ ๑) ดำเนินการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงและระบบขนส่งทางรางให้กับครู อาจารย์ ณ มหาวิทยาลัยหนานหนิง ๒) ดำเนินการส่งนักเรียน นักศึกษาไปศึกษาทุนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงด้านเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ณ Tainjin Railway Vocational and Technical Collage ๓) ดำเนินการทำความร่วมมือกับสถานศึกษาด้านการจัดการเรียนการสอนกับวิทยาลัย Wuhun Railway Vocational and Technical และ ๔) ดำเนินการจัดส่งนักเรียน นักศึกษาสาขาเทคนิคเครื่องกลระบบขนส่งทางรางและสาขาซ่อมบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในระบบขนส่งทางราง ณ Chongqing Collage of Public Transportation นอกจากนี้ ในปีการศึกษาภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๑ จะมีการขยายความเครือข่ายความร่วมมือในการสร้างความองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านรถไฟความเร็วสูงไปยังสถานศึกษาอื่น ๆ เช่น Shandong Jiawtong University และ Hunan College of High Speed Railway เป็นต้น

 

ในการนี้ การดำเนินการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคีระบบขนส่งทางรางช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการเป็นอย่างมาก อาทิ ๑) สถานศึกษานำร่องจะต้องดำเนินการบริหารจัดการและงบประมาณโดยลำพัง และไม่มีแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจนจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าวิธีการดำเนินการด้วยตนเอง ๒) ขาดครูที่จบการศึกษาสาขาระบบรางโดยตรง จึงต้องอาศัยความร่วมมือวิทยาการจากสถานประกอบการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ๓) ขาดวัสดุครุภัณฑ์ที่ใช้ในการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติ ๔) ขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณค่าใช้จ่าย สถานศึกษาจำเป็นต้องร่วมมือกับสถานประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๕) การพัฒนาครูโดยการฝึกอบรมในต่างประเทศมีกฎระเบียบข้อจำกัดมาก และทำให้ผู้เข้ารับการอบรมเสียสิทธิประโยชน์ในการเลื่อนเงินเดือนและเลื่อนวิทยฐานะ และ ๖) ปัจจุบัน สอศ. ไม่มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางราง จำเป็นต้องจัดทำหลักสูตรดังกล่าวโดยเร่งด่วน

 

การจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคี : สาขาวิชาช่างอากาศยาน
ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการบินเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานศึกษายังผลิตบุคลากรดังกล่าวได้อย่างจำกัดไม่เพียงพอกับความต้องการของสายการบินต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไทยในอนาคตได้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. ๒๕๕๗ ประเภทวิชาอุสาหกรรม สาขาวิชาช่างอากาศยาน ให้กับสถานศึกษาจำนวน ๖ แห่ง ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านการซ่อมบำรุงอากาศยาน และในระดับอุดมศึกษา จำนวน ๙ แห่ง ทำหน้าที่รับผิดชอบเปิดการเรียนการสอนเกี่ยวกับธุรกิจการบินและโรงเรียนการบิน เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และตลาดแรงงานของประเทศในอนาคต ทั้งนี้ การดำเนินการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามระบบทวิภาคีสาขาวิชาช่างอากาศยานช่วงที่ผ่านมาประสบปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการเป็นอย่างมาก อาทิ ๑) โครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ฝึกอบรมแตกต่างกัน ๒) ผู้บริหาร ครู ผู้ฝึกอบรมมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้การพัฒนาไม่มีความต่อเนื่อง ๓) การฝึกอบรมด้านวินัย จิตสำนึกด้านการบินและความปลอดภัยมีความแตกต่างกัน ๔) ครูและผู้ฝึกอบรมไม่เพียงพอและไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือยังไม่ได้รับใบอนุญาตที่เป็นมาตรฐานสากล ๕) นักศึกษาขาดทักษะความชำนาญและไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ และ ๕) ขาดงบประมาณการพัฒนาครู และนักศึกษาอย่างต่อเนื่อง และจากสภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นภาครัฐมีความจำเป็นต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอากาศยานแห่งอาเซียน เพื่อให้ศูนย์ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านอากาศยานและดำเนินการจัดการเรียนการสอนสาขาช่างอากาศยานให้เป็นไปตามมาตรฐานสถานบันการบิน ICAO EASA และ FAA และเป็นแหล่งผลิตนักศึกษาและพนักงานของสถานประกอบการหรือผู้ที่สนใจในสาขาการให้บริการด้านการบินตามมาตรฐาน และมีคุณภาพออกสู่ตลาดแรงงานสากล ตลอดจนเป็นศูนย์พัฒนางานวิจัย และสัมมนาทางวิชาการด้านการบิน เป็นต้น

 

ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นข้างต้น ดังนี้
๑. ควรส่งเสริม สนับสนุนการบริหารจัดการและงบประมาณค่าใช้จ่ายและทุนการศึกษาให้กับสถานศึกษา ครู และผู้เรียนสำหรับการขยายผลและต่อยอดองค์ความรู้ประเด็นข้างต้นให้เกิดประสิทธิภาพได้
๒. ควรมีจุดศูนย์กลางโรงเรียนการบินและสถานที่ซ่อมบำรุงอากาศยานอย่างเพียงพอและเหมาะสม เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวภาครัฐต้องลงทุนสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
๓. ควรส่งเสริม สนับสนุนให้ครู และผู้เรียนเข้ารับการฝึกอบรมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบขนส่งทางราง
๔. สถานศึกษาควรสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์การบิน การฝึกอบรมและทักษะในการใช้ภาษาสำหรับการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพ
๕. ภาครัฐควรผลักดันโครงการข้างต้นให้เกิดประสิทธิภาพต่อครู ผู้เรียน และประชาชนทั่วไปให้ได้รับประโยชน์จากการบริการด้านสาธารณูปโภคของประเทศ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายให้อนุกรรมาธิการดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในอนาคตได้

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10

|  644 views

Leave a Comment

*

scroll to top