วันเสาร์ , 26 พฤษภาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปผลการประชุม กมธ. การศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑

สรุปผลการประชุม กมธ. การศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑

มีนาคม 9, 2018 11:11 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

aaa1
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๑ ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๗/๒๕๖๑ ณ อาคารรัฐสภา ๒ มีประเด็นสำคัญในการพิจารณา อาทิ

– สรุปประเด็นการดำเนินงานตามข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและยกระดับสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
นายโกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ กมธ. การศึกษาและการกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เสนอรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและยกระดับสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา” ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อมีมติเห็นชอบและเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าวนั้น ได้จัดส่งสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการในภาพรวม ที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเสนอต่อมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาสรุปผลการพิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการแล้ว พบว่า ยังมีบางประเด็นที่เห็นควรพิจารณาในรายละเอียดเพิ่มเติมให้เกิดความสมบูรณ์เพื่อประโยชน์ในทางปฏิบัติ ดังนั้น จึงได้เรียนเชิญผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลต่อกรณีดังกล่าว โดยคณะอนุกรรมาธิการได้รับทราบประเด็นสำคัญทั้งกรณีการปรับเปลี่ยนระยะเวลา การพัฒนาและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้อำนวยการสถานศึกษา จากเดิมที่กำหนดให้มีระยะเวลาพัฒนาไว้ไม่น้อยกว่า ๑๘๐ ชั่วโมง ปรับเปลี่ยนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖๐ ชั่วโมง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเน้นถึงการสร้างเสริมคุณลักษณะสำคัญพื้นฐาน และอุดมการณ์ที่จะเป็นผู้นำกำหนดให้มีการพัฒนาคุณลักษณะผู้อานวยการสถานศึกษาที่พึงประสงค์ ภาวะผู้นาทางวิชาการ และการบริหารจัดการสถานศึกษา พร้อมกับมีการติดตามผลการดำเนินงานโดย สพฐ. จะเป็นผู้ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาว่า เกิดประโยชน์และเป็นไปในทิศทางที่ดีต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้อำนวยการสถานศึกษา และจะทำให้มีความใกล้ชิดกับชุมชน
เพิ่มขึ้น 
แต่ทั้งนี้ เห็นควรให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้มีความเชื่อมโยงกับเส้นทางอาชีพ (Career Path) เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ลดช่องว่างของความเหลื่อมล้า และเปิดโอกาสให้คนเก่งคนดีเกิดการพัฒนา รวมทั้งควรพิจารณาถึงสภาพปัญหาและอุปสรรคของเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการดำเนินการ ได้แก่ เสนอให้พิจารณาทบทวนและแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ และ
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้เกิดความสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งระบบ

aaa2 aaa3

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเชิงสถิติของอัตราตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาและ
รองผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งมีอัตราตำแหน่งว่างเป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาขึ้นใหม่ โดยเป็นการแก้ไขปัญหาจาก
ข้อเท็จจริงที่พบ เช่น การขาดคุณสมบัติสำคัญทั้งเรื่องประสบการณ์ด้านการบริหารและด้านวัยวุฒิ และมีการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งของผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้พิจารณาว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อระบบการบริหารจัดการสถานศึกษา และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ วัสดุและครุภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งปัญหาดังกล่าวล้วนแล้วแต่ ส่งผลกระทบ
ต่อผู้เรียนทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ยังเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในผลแห่งคำสั่งศาลปกครองอุบลราชธานี ที่ให้ทุเลาการบังคับตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ของหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคาพิพากษา จึงเป็นเหตุให้มีการแจ้งชะลอการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ทั้งที่ผลแห่งคำสั่งนั้นจะมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดี และแม้หากศาลมีคำสั่งทุเลา การบังคับตามกฎที่พิพาทก็ไม่เป็นอุปสรรคแก่การบริหารงานของรัฐหรือแก่บริการสาธารณะแต่ประการใด เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังสามารถพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาให้เป็นธรรมและมีความเหมาะสมได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้เป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากเป็นอุปสรรคสำคัญส่วนหนึ่งต่อการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยให้สังเคราะห์ต่อยอดจากผลการพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา และยกระดับสมรรถนะมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมทั้งเสนอผลการพิจารณารวมทั้งปัญหาและอุปสรรคสาคัญที่เกี่ยวข้องไปยังคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. และนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำฝ่ายบริหาร เพื่อรับทราบและพิจารณาเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญดังกล่าวต่อไป

aaa4

– พิจารณาทบทวนข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์ กมธ. การศึกษาและการกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาได้เสนอรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “แนวทางการจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา)” ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อมีมติเห็นชอบและเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสม จึงได้จัดส่งความเห็นต่อข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเสนอต่อมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาและทบทวนข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวแล้วเห็นว่า ปัจจุบันเครื่องมือในการขับเคลื่อนแนวทางการจัดการศึกษาทวิศึกษานั้น มีความพร้อมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ คงเหลือเพียงการนำเครื่องมือและทรัพยากรที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ในส่วนต่าง ๆ ของอาชีวศึกษาไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเท่านั้น ดังนั้น เมื่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้รับทราบถึงประเด็นสำคัญดังกล่าวแล้ว จึงเห็นชอบให้คณะอนุกรรมาธิการได้ติดตามและสอบถามความคืบหน้าถึงกระบวนการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในเรื่องดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอาชีวศึกษาให้เกิดผลสำเร็จตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา และแนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

aaa6

aaa7

aaa8

|  330 views

Leave a Comment

*

scroll to top