วันจันทร์ , 18 มิถุนายน 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑

สรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑

เมษายน 5, 2018 1:40 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, พิจารณากฎหมาย, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

ภาพประธาน

การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑ วันอังคารที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๑ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นประธานในการประชุม โดยมีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ ดังนี้

๑. พระราชกำหนดที่คณะรัฐมนตรีเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่ออนุมัติ ตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จำนวน ๓ ฉบับ ได้แก่

๑.๑ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ พ.ศ. ๒๕๖๑

พระราชกำหนดฉบับนี้ มีผู้แทนกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ

ในการนี้ ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นควรแนะนำที่ประชุมสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าวตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เห็นควรกราบเรียนประธานสภามีดำริบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภา ในวันศุกร์ที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๑ ตามการประสานงานของคณะรัฐมนตรี

๑.๒ พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑

๑.๓ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๖๑

พระราชกำหนดทั้งสองฉบับ มีผู้แทนกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ

ในการนี้ ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
– เห็นควรแนะนำที่ประชุมสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดทั้งสองฉบับดังกล่าว ตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญ โดยมอบหมายให้คณะกรรมาธิการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมและการแรงงาน พิจารณาศึกษาเพื่อให้ความเห็น ข้อสังเกต หรือตั้งประเด็นซักถามในที่ประชุมสภา
– เห็นควรกราบเรียนประธานสภามีดำริบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาในวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๑ ตามการประสานงานของคณะรัฐมนตรี

๒. หนังสือสัญญาที่คาดว่าคณะรัฐมนตรีจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑ ฉบับ คือ สนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์

สนธิสัญญาฉบับนี้ มีผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ

ในการนี้ ที่ประชุมพิจารณา มีมติดังนี้
– เห็นควรกราบเรียนประธานสภา เพื่อมีดำริตั้งคณะกรรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาศึกษาสนธิสัญญาดังกล่าวก่อนบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภา จำนวน ๑๖ คน โดยมีองค์ประกอบจาก
๑. ผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑๒ คน ดังนี้
๑) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ       จำนวน ๔ คน
๒) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ฯ     จำนวน ๓ คน
๓) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการพลังงาน       จำนวน ๒ คน
๔) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข        จำนวน ๒ คน
๕) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการเกษตรฯ       จำนวน ๑ คน
     คือ พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์

๒. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๑ คน คือ พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร

๓. ผู้แทนคณะรัฐมนตรี จำนวน ๓ คน
– กำหนดระยะเวลาพิจารณาภายใน ๕๐ วัน นับแต่วันที่สภามีมติแต่งตั้ง

๓. ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับการประสานงานจากคณะกรรมการประสานงานนิติบัญญัติแห่งชาติ (ปนช.) ว่าคณะรัฐมนตรีจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณา เป็นเรื่องด่วน จำนวน ๑ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ พ.ศ. ….

ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าให้ข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ

ในการนี้ ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นควรแนะนำที่ประชุมสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ วรรคสาม จำนวน ๑๖ คน ประกอบด้วย
๑. ผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑๒ คน ดังนี้
๑) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการวิทยาศาสตร์ฯ          จำนวน ๖ คน
(โดยในจำนวนนี้ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย จำนวน ๑ คน)
๒) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการต่างประเทศ            จำนวน ๒ คน
๓) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการพลังงาน                 จำนวน ๑ คน
๔) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการกฎหมายฯ               จำนวน ๑ คน
๕) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการสาธารณสุข             จำนวน ๑ คน
๖) ผู้แทนคณะกรรมาธิการการการทรัพยากรธรรมชาติฯ  จำนวน ๑ คน

๒. ผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน ๑ คน คือ พลเรือเอก วัลลภ เกิดผล

๓. ผู้แทนคณะรัฐมนตรี จำนวน ๓ คน
– กำหนดระยะเวลาพิจารณาภายใน ๕๐ วัน นับแต่วันที่สภามีมติแต่งตั้ง
– กำหนดเวลาแปรญัตติ ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติกำหนดเวลาแปรญัตติ

เอกสารข่าว 13-2561.1

เอกสารข่าว 13-2561.2

เอกสารข่าว 13-2561

|  252 views

Leave a Comment

*

scroll to top