วันศุกร์ , 14 ธันวาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาและการกีฬา พิจารณาแนวทางการผลิตและพัฒนาครูและอาจารย์ และการเสียภาษีของภาคีเครือข่ายที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส.

กมธ. การศึกษาและการกีฬา พิจารณาแนวทางการผลิตและพัฒนาครูและอาจารย์ และการเสียภาษีของภาคีเครือข่ายที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส.

เมษายน 5, 2018 1:51 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๑ โดยมี ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้

พิจารณาแนวทางการผลิตและพัฒนาครูและอาจารย์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษา กล่าวว่า การประชุมคณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษาครั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นเรื่องของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตามร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. …. ซึ่งมีบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูโดยกองทุนดังกล่าวจะมีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการหรือร่วมกับหน่วยงานอื่นของรัฐหรือภาคเอกชนดำเนินการจัดให้มีการศึกษา วิจัย หรือค้นคว้าแนวทางในการพัฒนาครู ดังนั้น ในเบื้องต้นนี้ที่ประชุมจึงได้พิจารณาและอภิปรายเพื่อเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครู ตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อนำมาผนวกไว้เป็นข้อเสนอถึงแนวทางการผลิตและพัฒนาครูซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการผลิตและพัฒนาอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ดังนี้

๑) ด้านการดำเนินงาน : การจัดตั้งสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูควรเป็นไปอย่างหลากหลายและกระจายไปยังในแต่ละพื้นที่เพื่อให้การผลิตและพัฒนาครูของสถาบันนั้นสามารถสนองตอบต่อความต้องการในการพัฒนาท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของพลเมืองเพื่อนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ ต้องสร้างเสริมระบบการบริหารจัดการของกองทุนให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการบริหารงบประมาณ และความเข้มแข็งในการดำเนินงานของฝ่ายเลขานุการสำนักงานกองทุน ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
๒) ด้านการดำเนินพันธกิจ : การจัดตั้งสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูควรมุ่งเน้นให้มีการศึกษา วิจัยหรือค้นคว้าถึงแนวทางการพัฒนาครูเพื่อให้มีทักษะความรู้และความชำนาญพิเศษเฉพาะด้านหรือเฉพาะทางซึ่งการดำเนินการส่วนหนึ่งนั้นอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลักสูตรพัฒนาครูจากรูปแบบเดิม เพื่อพัฒนาศักยภาพของครูรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญสามารถปฏิบัติหน้าที่การสอนรองรับกับการพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงวัย พร้อมกับนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในระบบการพัฒนาครูทั้งการศึกษาทางไกลและฝึกอบรมครู โดยดำเนินการพร้อมกันทั้งการสร้างครูใหม่และพัฒนาครูเก่า ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวควรกำหนดสัดส่วนของการผลิตและพัฒนาให้เกิดความเหมาะสม

ทั้งนี้ สถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูควรมุ่งเน้นการเสริมสร้างให้ครูตระหนักถึงความสำคัญในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผู้เรียนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ยากไร้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพพลเมืองที่รองรับกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจและเป็นส่วนช่วย ส่งเสริมการเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ นอกจากนี้ สถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูควรมุ่งเน้นการสร้างและบ่มเพาะให้ครูเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่นอกเหนือไปจากที่ได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ โดยต้องเป็นผู้ที่ได้รับการกล่อมเกลาให้มีจิตสำนึกสาธารณะโดยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นครูผู้เสียสละหรือบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยใช้กระบวนการพัฒนาความรู้และความสามารถควบคู่กับการสอนเรื่องของทัศนคติเชิงบวกที่ถูกต้องเหมาะสม และการสร้างกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะในแต่ละพื้นที่โดยให้ลงมือปฏิบัติจริง โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ในการสอนในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้ง กำหนดแนวทางหรือมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดี เพื่อการสร้างเสริมให้ครูสามารถเป็นต้นแบบที่ดีแก่ผู้เรียนได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้ได้เป็นผลสรุปการพิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. เพื่อพิจารณาและมีมติเห็นชอบให้นำส่งไปยังกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พิจารณาดำเนินการตามกรอบหน้าที่และอำนาจต่อไป

 

พิจารณากรณีการเสียภาษีของภาคีเครือข่ายที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการกีฬา กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพและผู้แทนกรมสรรพากร เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสียภาษีของภาคีเครือข่ายที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและเห็นว่า สัญญาหรือข้อตกลงที่ทำกระทำร่วมกันระหว่างสำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพกับภาคีเครือข่ายที่ได้รับทุนสนับสนุนนั้น เป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งจะต้องมีการจัดเก็บภาษีและปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร ซึ่งได้มีการประสานให้กรมสรรพากรดำเนินการตรวจสอบและติดตามการจัดเก็บภาษี โดยขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันระหว่างรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรมสรรพากร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนั้น เพื่อให้เรื่องดังกล่าวมีความชัดเจนและสมบูรณ์มากขึ้น ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการการกีฬาจึงเห็นควรให้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานดังกล่าว เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งเพื่อสอบถามความคืบหน้า และร่วมกันหาแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป

1 unnamed unnamed (1) unnamed (2) unnamed (3) unnamed (4) unnamed (5) unnamed (6) unnamed (7)

|  326 views

Leave a Comment

*

scroll to top