วันศุกร์ , 17 สิงหาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปผลการประชุม กมธ.คมนาคม ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๑

สรุปผลการประชุม กมธ.คมนาคม ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๑

พฤษภาคม 4, 2018 10:21 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

สรุปผลการประชุม
คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ครั้งที่ ๑๔/๒๕๖๑ วันอังคารที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๑๑ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒

——————————————-

เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา

                       – พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนที่ได้รับการถ่ายโอนจากกรมทางหลวงชนบท ซึ่งมีสภาพชำรุดเสียหายทำให้ประชาชนในท้องถิ่นได้รับความเดือดร้อน การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความลำบาก โดยเชิญ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ดังต่อไปนี้

                                (๑) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม
                                (๒) สำนักงบประมาณ
                                (๓) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
                                (๔) กรมทางหลวงชนบท
                                (๕) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
                                (๖) องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
                                (๗) องค์การบริหารส่วนตำบลจักราช
                                (๘) เทศบาลตำบลทุ่งแสงทอง

1

ผลการพิจารณา

ที่ประชุมรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม สรุปได้ดังนี้

ข้อมูลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ

สืบเนื่องจากโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนที่จังหวัดชัยภูมิ มีการได้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของถนนซึ่งได้รับการถ่ายโอนจากกรมทางหลวงชนบท (เร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) เดิม) ช่วงที่เสนอเป็นถนนอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ในครั้งแรกเสนอของบประมาณจำนวน ๓๙๓ ล้านบาท ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้รับงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ได้เสนอของบประมาณไปเช่นเดิม ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จำนวน ๒ เส้นทาง เส้นทางละประมาณ ๙ ล้านบาท รวม ๑๘ ล้านบาท เส้นทางสายหนองบัวแดง – บ้านโหล่น มีระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ในปีนี้ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ได้จัดสรรจำนวน ๙ ล้านบาท เนื่องจากปัญหาความเดือดร้อนจากถนนได้รับการถ่ายโอนกระจายไปในท้องที่ ๑๖ อำเภอ จึงไม่สามารถจัดสรรงบประมาณลงไปในคราวเดียวได้ ความเดือดร้อนตามหนังสือแนบ มี ๗ เส้นทาง รวมแล้วเป็นงบประมาณ ๘๒ ล้านบาท จะมีวิธีการจัดสรรงบประมาณแบบใดเพื่อการดูแลประชาชนในพื้นที่ที่ส่งผลต่อการขนส่งสินค้าทางการเกษตร และการสัญจรในพื้นที่ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมี ๓๖ เขต ได้จัดสรรดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเขตละประมาณ ๓ ล้านบาท ถือว่าไม่เพียงพอ ถนนที่มีเส้นทางยาวจะทำได้เพียงบางส่วน การทะนุบำรุงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ จะร่วมกับหน่วยงานทหาร กรมทางหลวงชนบท โดยขอใช้เครื่องจักร แต่จัดซื้อวัสดุจำพวกยางมะตอยและหินคลุกเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้น แต่งบประมาณในปัจจุบันไม่เพียงพอ เพราะต้องดูแลในหลายส่วน

2

ข้อมูลจากองค์การบริหารส่วนตำบลจักราช

องค์การบริหารส่วนตำบลจักราชมีงบประมาณน้อยในการพัฒนา ถนนที่เสนอของบประมาณในการซ่อมแซมเพื่อพัฒนาเป็นเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยว เป็นถนนหลวงที่ได้รับการถ่ายโอนจากกรมทางหลวงชนบทเมื่อปี ๒๕๔๖ ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม การคมนาคมลำบาก ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ คือบ้านหนองบัวกลาง หมู่ที่ ๕  ซึ่งมีประชากรในพื้นที่ ๒๕๗ หลังคาเรือน ประชากร ๑,๐๑๕ คน บ้านโนนพฤกษ์ หมู่ที่ ๒ จำนวน ๑๙๒ ครัวเรือน ประชากร ๗๑๖ คน บ้านหนองพฤกษ์ หมู่ที่ ๙ จำนวน ๑๕๕ ครัวเรือน ประชากร ๔๐๐ คน บ้านโคกซาด หมู่ที่ ๖ จำนวน ๔๘ ครัวเรือน ประชากร ๑๔๘ คน บ้านหนองจอก หมู่ที่ ๑๐ จำนวน ๒๔๖ ครัวเรือน ประชากร ๖๙๔ คน ซึ่งประชาชนใน ๕ หมู่บ้านนี้จะต้องใช้สัญจรพื้นที่ถนนเส้นทางดังกล่าวในการคมนาคมและการเดินทางไปยังสถานศึกษาและการขนส่งพืชผลทางการเกษตร หลังจากองค์การบริหารส่วนตำบลจักราชการถ่ายโอนจากกรมทางหลวงชนบท ก็ไม่ได้รับการดูแล จากสภาพเดิมเป็นถนนลาดยาง ปัจจุบันชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก การของบประมาณเพื่อการซ่อมสร้างโดยมีระยะทาง ๒,๓๐๐ เมตร หากเป็นไปได้ขอให้พิจารณาเส้นทางที่ไปบ้านโคกซาด หมู่ที่ ๖ ซึ่งจะมีแหล่งท่องเที่ยว โดยการพัฒนาให้กับแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต ซึ่งควรจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนนเป็นลำดับแรก ต้องมีถนนที่สะดวก เพื่อที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปในพื้นที่ หมู่ที่ ๖ บ้านโคกซาดเป็นอ่างเก็บน้ำลำฉมวกมีพื้นที่กว่า ๖,๐๐๐ ไร่ โดยองค์การบริหารส่วนตำบลจักราชได้เสนอองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ๓ ปีติดต่อกัน แต่ไม่ได้รับงบประมาณ

3

ข้อมูลจากสำนักงานเทศบาลทุ่งแสงทอง

ตำบลทุ่งแสงทองเป็นตำบลขนาดเล็กอยู่ในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชากรกว่า ๓,๓๐๐ คน ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ถนนไม่ได้รับการพัฒนาและยกระดับ ในฤดูฝนน้ำท่วม ที่ทำได้คือเพียงแค่การเกลี่ยถนน หรือปรับปรุงเล็กน้อย ส่วนที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปัญหาในขณะนี้คือ ยังไม่มีหน่วยงานออกมาช่วยรับผิดชอบ เคยได้รับงบประมาณองค์การบริหารส่วนจังหวัดเมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว น้ำท่วมทุกปี อีกทั้งยังเป็นถนนที่มีความสำคัญเป็นรอยต่อระหว่างตำบลและอำเภอ และเป็นถนนสายวัฒนธรรม

4

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

การบริหารงานของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือเทศบาล รวมทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา มีเม็ดเงินในการบริหารงบประมาณมาจากแหล่งที่มา ๓ แหล่ง คือ
– ท้องถิ่นจัดเก็บเอง
-รัฐเก็บและจัดสรรให้
-รัฐอุดหนุนให้ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ เงินอุดหนุนทั่วไป โดยจะให้เงินเป็นก้อน เมื่อท้องถิ่นได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปจะไปรวมกับเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้และเงินที่ท้องถิ่นเก็บเอง นำไปตราข้อบัญญัติงบประมาณเพื่อที่จะใช้จ่ายในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหรือพัฒนาท้องถิ่นตามแผนพัฒนาท้องถิ่น ๔ ปี และเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ คือ เงินที่รัฐระบุรายการให้ไปใช้จ่าย ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ต้องตราพระราชบัญญัติอีก สามารถนำไปใช้จ่ายตามรายการที่รัฐบาลจัดสรรให้ดำเนินการได้เลย หากคำนวณเป็นสัดส่วน ส่วนที่ท้องถิ่นจัดเก็บเองประมาณร้อยละ ๖๐  – ๗๐  เงินอุดหนุนเฉพาะกิจจะมีรายการที่คณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนดไว้คือ งบประมาณที่เป็นค่าซ่อมแซมปรับปรุงทางหลวงท้องถิ่น ซึ่งเดิมใช้คำว่าซ่อมแซมถนนที่ได้รับการถ่ายโอน แต่เนื่องจากในปัจจุบันกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีทั้งถนนที่ท้องถิ่นสร้างขึ้นส่วนหนึ่ง และรัฐถ่ายโอนมาจากส่วนราชการต่าง ๆ ด้วยส่วนหนึ่งเมื่อรัฐบาลอุดหนุนให้ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น จึงได้ให้อิสระแก่ท้องถิ่นเป็นผู้เสนอขอ

ในงบประมาณปี ๒๕๖๒ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือลงวันที่ ๖ ตุลาคม  ๒๕๖๐ แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เสนอโครงการที่จะใช้ในการซ่อมแซมปรับปรุงถนน ทั้งที่เป็นถนนถ่ายโอนและถนนของท้องถิ่นให้ส่งมาให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นภายในวันที่ ๑๗  พฤศจิกายน ๒๕๖๐ แห่งละไม่เกิน ๒ โครงการ เนื่องจากมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ จำนวน ๗,๘๕๒ แห่ง รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา หากเสนอโดยไม่จำกัดเส้นทางก็จะมีผู้เสนอจำนวนมาก จึงกำหนดไว้องค์การบริหารส่วนตำบลละ ๒ สาย แต่เนื่องจากในระหว่างนั้นรัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการใช้ยางพารา โดยให้มีการนำยางพาราไปใช้ในการก่อสร้างถนนด้วย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับสนองนโยบายดังกล่าว จึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่งว่า ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนที่มีส่วนผสมของยางพาราส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นภายในวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑
ดังนั้น การของบประมาณในปี ๒๕๖๒ ในส่วนของการซ่อมแซมปรับปรุงถนนของท้องถิ่นจะมี ๒ ลักษณะ คือ ถนนทั่วไปและถนนที่มีส่วนผสมของยางพารา ซึ่งในส่วนแรกกำหนดไว้ไม่เกินองค์การบริหารส่วนตำบลละ ๒ สาย สำหรับส่วนที่สองไม่ได้กำหนดไว้
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นว่า การที่จะสนับสนุนงบประมาณที่เป็นงบซ่อมแซมถนนให้กับที่ใดบ้าง โดย

๑. พิจารณาความพร้อมของโครงการว่าโครงการที่เสนอขอมานั้นต้องมีรูปแบบรายการที่มีความพร้อม มีการประมาณการที่ครบถ้วน อยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น ๔ ปี พื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้าง หากเป็นที่ดินของเอกชนจะต้องมีหนังสือยินยอม

๒. ต้องผ่านการกลั่นกรองของจังหวัดว่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด

๓. การกระจายตัวของโครงการ

๔. ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ  องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ควรที่จะไม่มีเรื่องการกันงบประมาณของปีงบประมาณที่ผ่านมา กล่าวคือ เมื่อรัฐบาลให้เงินไปแล้ว ควรที่จะใช้จ่ายให้หมดสิ้นภายในปีงบประมาณเว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ

เนื่องจากวงเงินงบประมาณมีจำนวนจำกัด การเสนอของบประมาณในการซ่อมแซมถนนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้กำหนดวงเงินไว้ว่าไม่ควรจะต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพราะหากต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท้องถิ่นสามารถใช้เป็นเงินของตนเองได้ และวงเงินไม่ควรเกิน ๑๐ ล้านบาท เพราะหากเกิน ๑๐ ล้านบาท ก็จะเกิดการกระจุกตัวของงบประมาณ ถนนทั่วประเทศทั้งถนนของท้องถิ่นเองและถนนที่รับการถ่ายโอนมีจำนวนกว่า ๒๐๐,๐๐๐ เส้นทาง เมื่อคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาแล้วเสร็จจะเสนออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความเห็นชอบ และส่งให้สำนักงบประมาณพิจารณาต่อไป
สำหรับกรณีถนนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิที่เสนอขอมา ๙ เส้นทาง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้พิจารณา ๒ เส้นทางส่งให้สำนักงบประมาณไปแล้ว แต่เมื่อทำการตรวจสอบ ๙ เส้นทางที่เสนอมา (ของปี ๒๕๖๒) ไม่ตรงกับที่ได้ส่งมายังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มี ๗ สายทาง
การกระจายอำนาจในการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนราชการ ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ปัจจุบันได้มีการยกร่างกฎหมายขึ้นมาฉบับใหม่แทนกฎหมายฉบับเดิม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕ ๖๐ อยู่ในขั้นตอนการยกร่างของคณะกรรมการกระจายอำนาจ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีแนวคิดเดียวกันคือควรมีการทบทวนภารกิจว่าภารกิจใดที่ถ่ายโอนไปแล้วที่เกินจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ควรที่จะหารืออีกครั้งหนึ่ง หากติดขัดกฎหมายก็ต้องแก้ไขกฎหมาย

5

ข้อมูลจากสำนักงบประมาณ

ในการบำรุงรักษาทางของกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทจะต้องบำรุงรักษาทางในส่วนของถนนที่ยังต้องดูแลอยู่ต่อไป ในส่วนของการบำรุงรักษาของท้องถิ่นจะนำมาตั้งเป็นเงินอุดหนุนให้กับท้องถิ่นที่กระทรวงมหาดไทย ผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 

ภาพรวมของปี ๒๕๖๑ และ ๒๕๖๒ จัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเกี่ยวกับการแก้ปัญหาถนนชำรุดในปี ๒๕๖๑ ได้จัดสรรให้ไว้ประมาณ ๑๐,๗๐๒ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ได้จัดสรรเพิ่มเติมให้ ๑๗,๒๗๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๖,๕๗๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๖๑ ในปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๕๐ ในส่วนของการสนับสนุน การบำรุงรักษาทาง ได้ให้ความสำคัญซึ่งได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น ยอดเงินของเงินอุดหนุนท้องถิ่นในภาพรวม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๒๓๗,๘๐๐ ล้านบาท เป็น  ๒๕๒,๔๗๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๔,๖๗๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้นในการบำรุงรักษาถึงประมาณ ๖,๕๗๐ ล้านบาท

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งประเทศมีจำนวนมากถึง ๗,๘๕๒ แห่ง โดยมีหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินให้แก่ท้องถิ่น ดังนี้

๑. การจัดสรรตามสิทธิ์ที่มีผลกระทบโดยตรงกับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต การศึกษา การพัฒนาสถานศึกษาที่ได้รับการถ่ายโอน สถานบริการสาธารณสุขเรื่องคนชราและคนพิการ จะจัดสรรให้เต็มตามสิทธิก่อน ดังนั้น การบำรุงรักษาทางตามโครงการพื้นฐาน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญแต่อาจจะต้องให้ตามสิทธิครบถ้วนก่อน

๒.  พิจารณาถึงความเป็นธรรม ทั่วถึง กระจายตัว ในเบื้องต้นรายได้งบประมาณที่มีจำนวนจำกัด จะได้รับโดยเฉลี่ยแห่งละ ๒ โครงการ เพื่อให้ได้รับอย่างทั่วถึง

ในเรื่องถนนมีการเรียงลำดับความสำคัญในรายการที่เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมถนนที่ได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการเป็นลำดับแรก การปรับปรุงซ่อมแซมถนนถ่ายโอนจากท้องถิ่น และถนนที่สร้างใหม่โดยการจัดสรรเพิ่มเติมให้นั้นจะเพิ่มขึ้นทุกปี

เรื่องการถ่ายโอนภารกิจให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องบริการสาธารณะพื้นฐาน เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะทำในขอบเขตเพียงใดขึ้นอยู่กับศักยภาพและพื้นที่ของตนเอง โดยที่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะทราบความต้องการ
ของคนในพื้นที่มากที่สุด จึงเห็นด้วยที่จะให้มีการถ่ายโอน

สำหรับเรื่องรายได้ของท้องถิ่นมาจาก ๓ แหล่ง คือ การเก็บภาษีท้องถิ่นของตนเอง รัฐบาลจัดสรรให้ หาก ๒ รายการแรกไม่เพียงพอก็จะเป็นเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้ ส่วนที่เติมเต็มคือส่วนที่ ๓ ซึ่งในความเป็นจริงควรเป็นรายได้ของตนเองเป็นหลัก โดยมีสัดส่วน ๑๐:๕๐:๔๐ มาเป็นระยะเวลากว่า ๑๐ ปี ดังนั้น ขอให้พิจารณาเงินรายได้ของตนเองเป็นหลักและเงินสะสมที่มีอยู่มาใช้ในภารกิในพื้นที่

หลักการคืองบประมาณของหน่วยงานใด ก็ใช้สำหรับหน่วยงานนั้นแล้วใช้ในภารกิจของตนเอง สำหรับกรณีนี้ควรจะใช้เวทีของการทำแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดจะต้องมี เพื่อให้ทุกภาคส่วนหารือร่วมกัน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และประชาชน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีการจัดทำแผนการบำรุงรักษาที่ชัดเจน ก็อาจพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้มากขึ้นได้

6

ข้อมูลจากกรมทางหลวงชนบท

ในช่วงปี ๒๕๔๕ – ๒๕๔๖  เป็นปีที่กรมทางหลวงชนบทมีการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่มีการถ่ายโอนให้สายทางใดก็ตาม เมื่อถ่ายโอนให้ท้องถิ่นแล้ว กรมทางหลวงชนบทจะไม่ตั้งงบประมาณ เพราะถือว่าให้มีการถ่ายโอนตามภารกิจไปแล้ว การตั้งงบประมาณในแต่ละปีต้องดูว่าหน่วยงานมีภารกิจอะไร ต้องทำอะไร จึงจะเสนอขอรับงบประมาณจากสำนักงบประมาณ ในส่วนของท้องถิ่น เมื่อได้รับการถ่ายโอนสายทางไปแล้ว ท้องถิ่นมีหน้าที่ต้องพิจารณาสายทางของตนเองว่ามีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการบำรุงรักษาอย่างไร ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้มีการอบรมเกี่ยวกับการบำรุงรักษาถนน การก่อสร้างถนน และความรู้ด้านช่าง อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๔๕  จนถึงปัจจุบัน ท้องถิ่นจึงมีหน้าที่จัดทำแผนในสายงานที่ได้รับการถ่ายโอนและรับผิดชอบไปจากนั้นจะเข้าสู่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่จะพิจารณาว่าจะจัดสรรงบประมาณให้กับแต่ละท้องถิ่นอย่างไร ทั้งนี้  กรมทางหลวงชนบทได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในหลาย ๆ ครั้ง ที่จะพอช่วยเหลือได้ เช่น การสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ แต่ถ้าได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นเองด้วย

7

ข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

จากการเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ หน่วยงานที่ค่อนข้างเรียบร้อยคือองค์การบริหารส่วนตำบลจักราช ในการเสนอของบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลจักราชมีการเสนอรูปแบบครบถ้วน เป็นโครงการที่ชาวบ้าน ราษฎรในนั้นที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ตามที่องค์การบริหาร
ส่วนตำบลจักราชเสนอของบประมาณเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก การซ่อมบำรุงรักษาในอนาคตจะน้อยลง

สำหรับโครงการของเทศบาลทุ่งแสงทองนั้น โครงการนี้ขอไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของตำบล ทุ่งแสงทองเลย เช่น การขุดลอกลำน้ำมาศเป็นพื้นที่ของกรมเจ้าท่า การขุดสร้างถนนเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท หากดำเนินการโดยที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของไม่ยินยอมก็จะมีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนั้น ควรจะไปขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นโดยตรง

โครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ได้สุ่มตรวจสังเกตการณ์ ๒ เส้นทาง เส้นที่มีปัญหาคือหนองบัวแดง – บ้านโหล่น ตามโครงการที่เสนอมา จากสภาพื้นที่จริงระยะทางประมาณ ๔๒ กิโลเมตร สภาพทั่วไปผิวการจราจร มีสภาพแตกร้าว แต่โดยพื้นที่จริงมีการซ่อมแซมตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ๒๕๕๙ และ ๒๕๖๐ รวมทั้งมีการตั้งข้อบัญญัติไว้ในปี ๒๕๖๑ ในการซ่อมแซมด้วย ซึ่งทับซ้อนกับโครงการบางส่วนที่เสนอมา จึงขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ พิจารณาทบทวนที่จะปรับเปลี่ยนสถานที่เพื่อไม่ให้ทับซ้อนกัน

เกี่ยวกับภารกิจหลักที่หน่วยงานถ่ายโอนงบประมาณให้ท้องถิ่น บางท้องถิ่นต้องการบางท้องถิ่นไม่ต้องการภารกิจที่ถ่ายโอน หน่วยงานของท้องถิ่นเองก็มีภารกิจค่อนข้างมากพอสมควร งบประมาณที่ลงไปก็จะกระจุกตัวอยู่บางส่วน สำหรับหน่วยงานที่ถ่ายโอนเอง เมื่อถ่ายโอนไปแล้ว
กลับมีการสร้างถนนเพิ่มมากขึ้น สำหรับหน่วยงานที่รับถ่ายโอนนั้นเมื่อรับไปแล้วก็ควรให้งบประมาณตามไปด้วย

ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ
– เดิมถนนของท้องถิ่นมีจุดมุ่งหมายในการใช้ขนส่งสินค้าทางการเกษตรในลักษณะบรรทุกโดยรถปิคอัพเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันมีการใช้รถที่มีน้ำหนักบรรทุกมากขึ้น ถนนที่มีอยู่เดิมจึงมีสภาพเสื่อมโทรมและควรที่จะดำเนินการก่อสร้างใหม่ทั้งหมด ดังนั้น จึงควรนำกลับมาพิจารณาทบทวนใหม่ทั้งหมดว่าจะโอนให้ท้องถิ่นรับผิดชอบดูแลอย่างจริงจังหรือไม่ ควรต้องมองภาพรวมของการกระจายอำนาจด้านการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการใช้ประโยชน์ของประชาชนในแต่ละพื้นที่
– จากโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ ในภาพรวมของความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับถนนมีค่อนข้างมาก อันดับแรกคือความต้องการถนนควรพิจารณาว่าสภาพถนนที่รับถ่ายโอนมามีสภาพเป็นอย่างไร หากมีสภาพสมบูรณ์ก็จะขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาในช่วงต่อ ๆ มา การบริหารงบประมาณเมื่อรับการถ่ายโอนมาแล้ว การพิจารณางบประมาณจะขึ้นอยู่กับว่าท้องถิ่นให้ความสำคัญกับประเด็นนี้อย่างไร การบำรุงรักษาถนนในแต่ละแห่งจึงไม่เท่ากัน ปัจจุบันสภาพถนนทั่วประเทศอยู่ในภาวะที่ทรุดโทรมเพิ่มขึ้นจากการใช้งานและการเพิ่มขึ้นของประชากร รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ
– การพิจารณาเรื่องงบประมาณไม่จำเป็นต้องใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ ในทุกกรณี แต่การถ่ายโอนภารกิจควรจะใช้หลักคณิตศาสตร์ในการพิจารณา เนื่องจาก หากกรมทางหลวงชนบทไม่มีการถ่ายโอนภารกิจ ก็ยังคงได้รับงบประมาณเป็นประจำทุกปี เพราะเป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องดำเนินการ และควรพิจารณาด้วยว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ควรนำงบประมาณในส่วนนี้ไปจัดสรรในส่วนอื่นๆ ไม่เช่นนั้นงบประมาณจะขาดแคลนและไม่สามารถนำมาบำรุงรักษาได้อย่างเต็มที่
– ตั้งแต่มีการถ่ายโอนภารกิจในปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ยังมีปัญหาท้องถิ่นไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณอีกหลายพื้นที่ อาจจะมาจากการเขียนของบประมาณที่ไม่ครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น จึงอาจทำให้ได้รับงบประมาณได้ไม่เต็มที่ โดยที่กระทรวงคมนาคมควรจะส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
– เมื่อกรมทางหลวงชนบททำการถ่ายโอนภารกิจไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ส่วนท้องถิ่นจึงเสนอของบประมาณ เมื่อกระจายออกไปก็จะได้รับงบประมาณเพียงไม่มาก ทำให้งบประมาณกระจายออกไป เมื่อจะโอนกลับมาท้องถิ่นบางแห่งมีความต้องการแต่บางแห่งไม่ต้องการ ทำให้มีการนำงบประมาณไปใช้ในภารกิจอื่น การจะแก้ไขควรแก้ไขปัญหาทั้งระบบเป็นการบูรณาการร่วมกัน
– เนื่องจากการใช้งบประมาณขึ้นอยู่กับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ จึงควรพิจารณาการใช้งบประมาณจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งไม่สมารถนำงบประมาณต่างหน่วยงานมาใช้ร่วมกันได้ เนื่องจากจะไม่ถูกต้องตามหลักการของการใช้งบประมาณ

ในแง่ของการถ่ายโอนเป็นหลักการตามการกระจายอำนาจ ในต่างประเทศก็มีการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ในการดำเนินการช่วง ๑๕ ปีที่ผ่านมา เมื่อพบปัญหาต้องมีการปรับปรุงเนื้อหาของกฎหมายการกระจายอำนาจอยู่ ซึ่งอาจมีการปรับปรุงภารกิจที่มีการถ่ายโอนโดยเฉพาะถนนของกรมทางหลวงชนบทที่มีการถ่ายโอนไป ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้มีการศึกษาว่าเส้นทางที่ได้มีการถ่ายโอนไปกว่า ๖๐,๐๐๐ กิโลเมตร มีเส้นทางใดบ้างที่เป็นการถ่ายโอนแบบผิดหลักการ เช่น บางพื้นที่เป็นเส้นทางเดียวกัน แต่อยู่ในหลายพื้นที่ส่งผลให้การพัฒนามีความแตกต่างกันไป ทำให้ประชาชนเห็นถึงความแตกต่าง ทำให้กรมทางหลวงชนบทกลับมาดูว่าควรจะถ่ายโอนให้ใครหรือควรกลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท และมีการศึกษาว่าถนนบางเส้นทางเป็นถนนที่จำเป็นต้องใช้เทคนิคในการก่อสร้างสูง เช่น ผ่านพื้นที่ดินอ่อน  ซึ่งให้ช่างในท้องถิ่น ออกแบบไม่ได้ และต้องใช้งบประมาณสูงเพื่อปรับปรุงเพื่อให้ใช้งานได้ดี เส้นทางที่เข้าไปในแหล่งอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรม
เส้นทางโลจิสติกส์ เป็นต้น เพื่อดูว่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใด เพื่อรองรับภารกิจของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และท้องถิ่น และบางเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทก็อาจจะปรับโอนไปยังท้องถิ่น เพราะเป็นเส้นทางขนาดเล็ก หากกฎหมายอนุญาตให้มีการปรับปรุงได้ เส้นทางสายหลัก สายรอง และสายย่อย ก็จะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

|  315 views

Leave a Comment

*

scroll to top