วันเสาร์ , 18 สิงหาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปผลการประชุม กมธ.การคมนาคม ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๑

สรุปผลการประชุม กมธ.การคมนาคม ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๑

พฤษภาคม 11, 2018 9:32 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

สรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๕/๒๕๖๑ วันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๑๑ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๒

เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา
– พิจารณาติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ/คณะทำงาน
ผลการพิจารณา
ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการ และคณะทำงาน ดังนี้
(๑) คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางบกและทางราง
(๑.๑) คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานรอบท่าอากาศยานตรัง ท่าเรือกันตัง และท่าเรือบ้านนาเกลือ จังหวัดตรัง สรุปได้ว่า ปัจจุบันท่าเรือกันตังยังใช้งานอยู่ตามสภาพ เป็นท่าเรือที่สร้างโดยกรมเจ้าท่า เส้นทางที่ไปยังท่าเรือนาเกลือเป็นความคดเคี้ยวและแคบ มีความกว้าง ไม่เหมาะสมสำหรับรถขนาดใหญ่และรถเทรลเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญของกรมทางหลวงชนบทได้ทำการศึกษาแล้วพบว่าสามารถดำเนินการปรับปรุงได้บางส่วน แต่ต้องประสานกับหน่วยงานของท้องถิ่น เนื่องจากเป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของท้องถิ่น และได้มีการประสานงานกับทางจังหวัดเพื่อขอใช้งบประมาณ เพื่อพัฒนาจังหวัด อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ต่อไป
(๑.๒) คณะอนุกรรมาธิการกาหนดเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงสะพานทางเข้าท่าอากาศยานดอนเมืองและประชุมเพื่อรับทราบความคืบหน้าโครงการทางหลวงท้องถิ่นเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธินของกรุงเทพมหานคร ณ สำนักงานทางหลวงที่ ๑๓ (กรุงเทพ) ในวันอังคารที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๖.๓๐ นาฬิกา

(๒) คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางน้ำและการพาณิชยนาวี

จากการเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม ในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในส่วนของด้านการคมนาคมทางน้ำได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า ท่าเทียบเรือเทศบาลตลาดหน้าทอน เป็นท่าเรือของเอกชน ปัจจุบันมีการเดินทางเพิ่มขึ้น แต่ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ซึ่งกรมเจ้าท่าควรเข้าไปดำเนินการดูแลเพื่อให้เกิดความสะดวกและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ในส่วนของท่าเรือดอนสัก (แหลมทวด) ควรพัฒนาให้เป็นท่าเรือสาธารณะสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่าเดิมจำนวนมาก ซึ่งกรมเจ้าท่าควรนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มีการศึกษาไว้แล้ว มาปรับปรุงให้มีความทันสมัย และเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญต่อการดูแลบำรุงรักษา เพื่อให้เกิดการบูรณาการในภาพรวมอันจะเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

(๓) คณะอนุกรรมาธิการด้านการคมนาคมทางอากาศ
(๓.๑) จากการเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในส่วนของด้านการคมนาคมทางอากาศได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น ดังนี้
– ท่าอากาศยานชุมพร
หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้เสนอให้มีการขยายทางวิ่งจากเดิม ๒,๑๐๐ เมตร เป็น ๓,๐๐๐ เมตร เพื่อให้เครื่องบินเช่าเหมาลำจากต่างประเทศมาลงที่ท่าอากาศยานชุมพรได้
– ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
บริเวณทางเข้าท่าอากาศยานมีทัศนียภาพที่สวยงาม อาคารผู้โดยสารค่อนข้างไม่ทันสมัย แต่ก็ยังมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้อีกจำนวนมาก
– ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช
ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชได้รับงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงท่าอากาศยาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ
– ท่าอากาศยานนานาชาติสมุย
คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้เห็นชอบให้ทำการปรับปรุงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ในเรื่องของระบบความปลอดภัย การจัดทา RESA มาตรฐานและแผนการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการแล้ว
(๓.๒) คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการสรุปผลการพิจารณา โดยมีข้อสังเกตในเบื้องต้นว่าควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัย เพื่อให้การบังคับใช้มีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยคณะอนุกรรมาธิการจะกำหนดจัดเสวนาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
(๓.๓) คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเรื่องการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลา โดยมติคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เห็นชอบให้ขยายทางวิ่งท่าอากาศยานเบตงเพิ่มขึ้นจากเดิม ๑,๘๐๐ เมตร เป็น ๒,๑๐๐ เมตร เพื่อรองรับท่าอากาศยานขนาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา EIA ทำให้เกิดปัญหาว่าเครื่องบินต้องบินรุกล้ำเข้าไปในเขตของประเทศมาเลเซีย ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการเห็นควรเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมในโอกาสต่อไป

(๔) คณะอนุกรรมาธิการศึกษาด้านโลจิสติกส์
คณะอนุกรรมาธิการจะเสนอรายงานการเดินทางไปศึกษาดูงานปัญหาอุปสรรคในการขนส่งทางน้ำ ทางบก และทางราง รวมทั้ง ระบบด้านโลจิสติกส์ในเขตแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันพุธที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๑ ในการประชุมครั้งต่อไป
(๕) คณะทำงานพิจารณาสรุปผลการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
– ที่ประชุมรับทราบ (ร่าง) รายงานการศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ของ ๔ จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง) โดยขอให้ที่ประชุมพิจารณาเนื้อหารายละเอียดของร่างรายงานฉบับดังกล่าว หากมีการแก้ไขปรับปรุงในส่วนใด ให้แจ้งที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการเพื่อดำเนินการต่อไป

1 2

|  285 views

Leave a Comment

*

scroll to top