วันพุธ , 22 สิงหาคม 2018

Home » กิจกรรมพิเศษ » กิจกรรม สนช. » เอกสารข่าวการประชุม วิป สนช. ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๑

เอกสารข่าวการประชุม วิป สนช. ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๑

พฤษภาคม 24, 2018 9:26 am by: Category: กิจกรรม สนช., กิจกรรมพิเศษ, ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, พิจารณากฎหมาย, หน้าหลัก Leave a comment A+ / A-

123

การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๑ วันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร  วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยมีมติที่น่าสนใจ คือ

ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับการประสานงานจากคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าคณะรัฐมนตรีจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาเป็นเรื่องด่วน จำนวน ๓ ฉบับ คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ….
๒. ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด
๓. ร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. …. ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวเนื่องกับ ที่ประชุมจึงเห็นควรพิจารณาไปในคราวเดียวกัน

โดยร่างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย     ยาเสพติด พ.ศ. …. ซึ่งมีร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดแนบท้ายมีเหตุผลความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติสรุปได้ว่า โดยที่กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกัน ปราบปราม และควบคุมยาเสพติด รวมถึง การบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้กระจายอยู่ในกฎหมายหลายฉบับและการดำเนินการตามกฎหมายแต่ละฉบับเป็นหน้าที่และอำนาจของหลายองค์กรทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่มีความสอดคล้องกัน อีกทั้ง บทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน สมควรรวบรวมกฎหมายดังกล่าวจัดทำเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดเพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงและใช้กฎหมายที่จะรวมอยู่ในฉบับเดียวกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มีเหตุผลความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยสรุปคือ โดยที่มีการปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อจัดทำประมวลกฎหมายยาเสพติด ทำให้ต้องมีการยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ และในประมวลกฎหมายยาเสพติดมิได้กำหนดบทบัญญัติของกฎหมายวิธีสบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของกรรมการ ป.ป.ส. เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ส.  รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ส. และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติดที่ถูกยึดไว้ตามกฎหมายซึ่งเดิมเคยกำหนดไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น สมควรนำมารวมกำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด
ทั้งนี้ ได้มีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่องชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุม

1245

ผลการพิจารณา

ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเห็นควรแนะนำที่ประชุมสภาพิจารณารับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติและร่างประมวลกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ วรรคสาม จำนวนไม่เกิน ๒๙ คน ประกอบด้วย

๑. ผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๒๐ คน ดังนี้

๑.๑ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จำนวน ๖ คน ในจำนวนนี้ขอให้พิจารณาจากผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษาพนักงานอัยการ เจ้าพนักงานตำรวจ และทนายความ ทั้งนี้ หากไม่มีผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นดังกล่าว ให้เสนอรายชื่อจากผู้ทรงคุณวุฒิดังต่อไปนี้  ๑) ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม  ๒) ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด  ๓) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ๔) ผู้แทนสภาทนายความ

๑.๒ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข จำนวน ๕ คน

๑.๓ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน  จำนวน ๒ คน

๑.๔ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการสังคมฯ  จำนวน ๒ คน

๑.๕ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น  จำนวน ๑ คน

๑.๖ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ฯ  จำนวน ๑ คน

๑.๗ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน ๑ คน

๑.๘ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ การอุตสาหกรรมฯ  จำนวน ๑ คน

๑.๙ ผู้แทนคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ  จำนวน ๑ คน

๒. ผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน ๑ คน คือ พลเอก สกนธ์  สัจจานิตย์

๓. ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านยาเสพติด จำนวนไม่เกิน ๓ คน

๔. ผู้แทนคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ คน  โดยในจำนวนนี้ขอให้ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานดังต่อไปนี้ ๑) ผู้แทน    ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  ๒) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข  ๓) ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ๔) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ๕) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาพิจารณาขั้นคณะกรรมาธิการภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่สภามีมติแต่งตั้ง และกำหนดเวลาแปรญัตติภายใน ๑๕ วันนับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติกำหนดเวลาแปรญัตติ โดยเห็นควรกราบเรียนประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๑

|  1,112 views

Leave a Comment

*

scroll to top