วันเสาร์ , 18 สิงหาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาฯ ประชุมร่วมกับ กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ หารือแนวทางผลักดันการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

กมธ. การศึกษาฯ ประชุมร่วมกับ กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ หารือแนวทางผลักดันการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

มิถุนายน 1, 2018 3:20 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. และคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช. ในการประชุมครั้งที่ ๑๗/๒๕๖๑ โดยมี ดร. ตวง
อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. และพลเอก ดนัย  มีชูเวท ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช. เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาประเด็นสำคัญ โดยสรุป ดังนี้

1

๑. พิจารณาศึกษากระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ

ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. ได้ตระหนักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานองค์ความรู้และศาสตร์พระราชาที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศชาติไว้เป็นจำนวนมาก โดยสมควรที่จะน้อมนำศาสตร์ต่าง ๆ ที่ได้พระราชทานไว้มาศึกษารวบรวมเพื่อจัดทำเป็นหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญอันจะนำไปเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ดังนั้น คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. จึงได้ตั้งคณะทำงานจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน เพื่อศึกษาและรวบรวมองค์ความรู้และศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และศึกษาแนวทางการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้เพื่อน้อมนำองค์ความรู้และศาสตร์ต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานไว้ ไปสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังคงอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยสืบไปนั้น และในขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการและคณะทำงานฯ ได้เห็นควรให้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ๔ ภูมิภาค ตามศูนย์ศึกษาพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งสิ้น ๖ ศูนย์ โดยเริ่มจากการศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ เป็นแห่งแรก และจะเดินทางไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส ในวันอังคารที่ ๑๒ – วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ตามลำดับ ประกอบกับเมื่อวันอังคารที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการและคณะทำงานฯ ได้รับทราบข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากคณะองคมนตรี ซึ่งประกอบด้วย พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เกษม วัฒนชัย และพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ได้รับมาใช้ในการกำหนดกรอบแนวทางในการดำเนินการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน

4

จากนั้น ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันพิจารณาและกำหนดกรอบแนวคิดการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายจากการสืบสานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ล้วนเป็นการสืบสานศาสตร์ของพระราชาว่าด้วยการดำเนินชีวิต ๓ ปรัชญา ๒๓ วิธีการทรงงาน ผ่านองค์ความรู้ทั้ง ๘ ศาสตร์ ๓ เป้าหมายเป็นสำคัญ เพื่อมุ่งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพสูงขึ้นในระยะยาว โดยประชากรต้องเป็น “คนดี มีคุณธรรม จริยธรรม” ดังนั้น หลักสูตรศาสตร์พระราชาจึงเป็นการศึกษามวลประสบการณ์ที่นำไปสู่วิถีการดำเนินชีวิตที่มีความสุขได้อย่างสมดุลและยั่งยืน เฉกเช่นเดียวกับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการพระราชดำริใน ๔ ภูมิภาค ๖ ศูนย์ ๔,๐๐๐ โครงการและเครือข่ายกว่า ๑๐๐,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจะยกระดับชุมชนตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลต่อไป

3

ในการนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนระดับภูมิภาคเกิดประสิทธิภาพและนำไปสู่การขยายผลสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน รัฐบาลจึงควรให้การสนับสนุนกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างจริงจัง เพื่อเร่งต่อยอดและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ทั้งในระดับสมาชิก และผู้นำในชุมชนสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าวเป็นไปในรูปแบบและแนวทางเดียวกัน ที่ประชุมจึงร่วมกันกำหนดกรอบการดำเนินงานและความรับผิดชอบ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช.

๑. ควรออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนให้เกิดความเหมาะสมกับผู้เรียนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอุดมศึกษา การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ฯลฯ

๒. ควรกำหนดรูปแบบการขยายเครือข่ายในระดับชุมชน เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่การดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช.

๑. ควรออกแบบกระบวนการผลักดันกองทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง เช่นเดียวกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นต้น

๒. ควรรวบรวมข้อมูลพื้นที่จากกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านทั่วประเทศและแกนนำในหมู่บ้านประมาณ ๗๐,๐๕๓ หมู่บ้าน จากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๓. เห็นควรให้ส่งผู้แทน กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ และฝ่ายเลขานุการร่วมเดินทางไปศึกษาดูงาน (๔ ภูมิภาค) กับคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช.

2

อนึ่ง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สนช. เห็นควรให้จัดการประชุมร่วมกัน ๑-๒ เดือนต่อครั้ง โดยจะสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในการประชุมดังกล่าว และจะออกแบบรูปการดำเนินงานและรวบรวมข้อมูลพื้นที่จากกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบในการจัดทำร่างข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

|  217 views

Leave a Comment

*

scroll to top