วันพุธ , 22 สิงหาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาและการกีฬา ร่วมผลักดันส่งเสริมอาชีวศึกษาเกษตรและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแบบก้าวกระโดดตามแนวคิด “Massively Scalable Process”

กมธ. การศึกษาและการกีฬา ร่วมผลักดันส่งเสริมอาชีวศึกษาเกษตรและยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแบบก้าวกระโดดตามแนวคิด “Massively Scalable Process”

มิถุนายน 8, 2018 9:46 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ดร.ตวง  อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. เป็นประธานการประชุม ครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๑ โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อาทิ

  • พิจารณาสรุปผลการเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

รองศาสตราจารย์วุฒิชัย  กปิลกาญจน์ กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการศึกษา
เกี่ยวกับหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอน ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งภาพรวมเห็นว่าวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดามีความพร้อมและเหมาะสมที่จะเป็นสถานศึกษาต้นแบบในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาได้ในอนาคต เนื่องจากมีความพร้อมทั้งในเรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ หลักสูตรการศึกษา ครูและอาจารย์ รวมทั้งมีความร่วมมือในการจัดการศึกษาที่สามารถต่อยอดการศึกษาไปสู่ระดับสูงได้ แต่มีปัญหาที่ต้องแก้ไข เช่น ๑) ปัญหาเรื่องจำนวนผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่มีจำนวนลดลง เพราะผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. ไม่ศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แต่กลับไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ๒) ขาดการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงส่งผลให้จำนวนผู้เรียนยังคงมีจำนวนไม่มาก
ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจต้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างการเข้าถึงและสร้างแรงจูงใจให้ให้มีผู้สนใจ
เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยดังกล่าวมากขึ้น

  • พิจารณาสรุปผลการเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุอาชีวศึกษาเกษตร ณ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี

รองศาสตราจารย์วุฒิชัย  กปิลกาญจน์ กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนอาชีวศึกษาเกษตร ณ จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๔ – ๕ มิ.ย.๖๑ เพื่อรับทราบสภาพปัญหาในการจัดการศึกษาทางด้านเกษตรและรับฟังข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางและมาตรการในการ
ขับเคลื่อนการอาชีวศึกษาด้านเกษตรกรรมให้มีคุณภาพ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาเห็นว่า อาชีวศึกษาด้านเกษตรกรรมมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อประเทศไทย โดยจากการเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ดังกล่าวภาพรวมมีนักศึกษาเข้าเรียนทางด้านการเกษตรค่อนข้างน้อย เนื่องจากความสนใจและค่านิยมของผู้ปกครองต่อการเกษตร ความล้าสมัยในการจัดการศึกษาที่ผู้ปกครองกลัวบุตรหลานจะลำบาก หลักสูตรที่ไม่ได้รับการพัฒนา
งบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ อีกทั้งสภาพโดยรวมของสถานศึกษา บ้านพักครู และหอพักนักศึกษาก็อยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม ไม่เอื้อต่อบรรยากาศในการจัดการศึกษา จึงควรต้องมีการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนเพื่อซ่อมแซมหรือบูรณะในส่วนดังกล่าวใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ การนำความสำเร็จและตัวอย่างที่ดีของศิษย์เก่ามาประชาสัมพันธ์ให้เห็นแนวทางและความสำเร็จในการประกอบอาชีพ พร้อมกับการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เรียนที่จะเข้าศึกษาต่อได้ทราบนั้น นอกจากจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้อาชีวศึกษาเกษตรได้ในอีกทางหนึ่งแล้ว จะเป็นการสร้างแรงจูงใจและสามารถเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาเกษตรได้ในอีกทางหนึ่งด้วย ทั้งนี้
คณะอนุกรรมาธิการจะได้ดำเนินการจัดทำรายงานการเดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาในโอกาสต่อไป                 

  • พิจารณาศึกษา เรื่อง การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแบบก้าวกระโดด ด้วยแนวคิด “Massively Scalable Process”

รองศาสตราจารย์กิตติชัย  ไตรรัตนศิริชัย กรรมาธิการ ในฐานะรองประธาน  คณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษา คนที่หนึ่ง ได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลเพื่อประกอบ การพิจารณาศึกษาด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษา เรื่อง “การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแบบก้าวกระโดดด้วยแนวคิด Massively Scalable Process” จากนายทนง  โชติสรยุทธ์ อนุกรรมาธิการ สรุปสาระสำคัญได้ว่า Massively Scalable Process เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการคอมพิวเตอร์และเป็นกระบวนการที่อาศัยศาสตร์แห่งการเรียนรู้ ซึ่งศาสตร์การเรียนรู้นั้นมีหลายประเภทแต่ยังไม่เคยมีการแยกย่อยเพื่อให้ได้มาซึ่งศาสตร์การเรียนรู้ที่จะนำไปสู่การดำเนินการที่ควรทำหรือไม่ควรทำ แต่กระบวนการตามแนวคิดดังกล่าวยังเป็นแค่กระบวนการที่จำเป็นต้องพิจารณาและคัดเลือกมาใช้ให้เกิด ความเหมาะสม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์สุดท้าย คือ การยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้นั้นจำเป็นต้องอาศัยพื้นที่เวลาหลักของผู้เรียนว่า เหมาะสมกับการเรียนรู้ในเวลาใด และสถานที่ใด รวมทั้งต้องมีหลักสูตร กิจกรรม เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งล้วนแต่เป็นกลไกสำคัญและจำเป็นที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุในการปรับปรุงผลสัมฤทธิ์สุดท้าย เช่น การทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองตลอดชีวิต และผู้เรียนสนุกกับการลงมือแก้ปัญหาซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจาก STEM Education และนำไปสู่การปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นต้น

           แต่ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เกิดความชัดเจนและเห็นผลที่เป็นรูปธรรม คณะอนุกรรมาธิการจึงเห็นควรเดินทางไปศึกษาดูงานการดำเนินงานตามโครงการ CEFR เพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็ก ในจังหวัดเชียงราย จำนวน ๑๐ แห่ง ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และโรงเรียนขนาดเล็กในโครงการดังกล่าว รวมทั้งโรงเรียนชลประทานวิทยา จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการนำร่องตามแนวทางของกระบวนการMassively Scalable Process” โดยจะนำผลการพิจารณาเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่อไป

bb1 bb2 bb3 bb4

|  368 views

Leave a Comment

*

scroll to top