วันเสาร์ , 18 สิงหาคม 2018

Home » กิจกรรมพิเศษ » คณะอนุกรรมการจัดโครงการ สนช. พบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน (เขต ๑๒) ลงพื้นที่พบประชาชน จ. แม่ฮ่องสอน

คณะอนุกรรมการจัดโครงการ สนช. พบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน (เขต ๑๒) ลงพื้นที่พบประชาชน จ. แม่ฮ่องสอน

มิถุนายน 8, 2018 4:30 pm by: Category: กิจกรรมพิเศษ, สนช.พบประชาชน, หน้าหลัก Leave a comment A+ / A-

วันศุกร์ที่ ๘  มิถุนายน ๒๕๖๑ คณะอนุกรรมการจัดโครงการ สนช. พบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน (เขต ๑๒) ลงพื้นที่พบประชาชน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดังนี้

จุดที่ ๑ เวลา 13.30 นาฬิกา นำโดย พลเอก ภาณุวัชร นาควงษม์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
และ พลเรือเอก สุชีพ หวังไมตรี สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เดินทางลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชน ณ บ้านแม่ทะลุ หมู่ ๕ ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีผู้ให้การต้อนรับ ได้แก่ นายผะอบ บินสะอาด นายอำเภอสบเมย นายล้อมเดช ยาใจ ปลัดอาวุโสสบเมย นายวิภาสกร กิติคำ ปลัดอำเภอ และนายภาษี พิสมัย ผู้ใหญ่บ้าน

– บ้านแม่ทะลุ มีจำนวนประชากรแบ่งออกเป็น ๓ หย่อมบ้าน คือ บ้านแม่ทะลุเหนือ (บ้านหนองควาย) บ้านแม่ทะลุกลาง และบ้านแม่ทะลุใต้ (บ้านแม่มาด) มีครัวเรือนทั้งหมด ๑๖๕ ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด ๖๐๒ คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน เป็นต้น ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอะญอ
📌การจัดเวที ครั้งที่ ๔ ของบ้านแม่ทะลุในวันนี้เป็นการปรับความรู้ความคิด (Mineset) รู้เท่าทันเทคโนโลยี และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยทีมวิทยากรขับเคลื่อนระดับตำบลได้บรรยายถึงคุณประโยชน์และโทษของการใช้เทคโนโลยี เช่น สื่อออนไลน์ต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง หลังจากนั้นให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ ๑๕๐ คน
📌เงินโครงการไทยนิยม ยั่งยืนฯ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท บ้านแม่ทะลุได้นำเสนอโครงการซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านแม่ทะลุ
📌ประเด็นปัญหาในพื้นที่และประชาชนต้องการได้รับการแก้ไข มีดังนี้
๑) ขอให้สร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และเพื่อการเกษตร แต่ติดอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน
๒) ขอให้ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภค-บริโภค และเพื่อการเกษตร แต่ติดพื้นที่อยู่ในเขตป่า
📌สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้เสนอแนะ ดังนี้
๑. เงินงบประมาณที่ได้รับ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เงินนี้เป็นเงินโครงการแรก ต่อไปจะมีเงินจากโครงการอื่น ๆ ตามมา เช่น ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชุมชนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น เงินที่ลงมาประชาชนนี้ ขอให้นำไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ และขอให้มีส่วนร่วมช่วยกันวางแผนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน วันข้างหน้ามีงบอะไรลงมา และตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เราก็สามารถนำเงินนั้นต่อยอดได้เลย
๒. ขอฝากทีมวิทยากรให้สร้างการรับรู้ของประชาชน หลักประชาธิปไตย การฟังเสียงส่วนใหญ่ ดังนั้น โครงการที่เราทำอยู่ในขณะนี้ ต้องอาศัยหลักประชาธิปไตย คือ เสียงข้างมาก
๓. เรื่องที่ดินทำกินที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่านั้น ทางรัฐบาลได้รับทราบปัญหาแล้ว และทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังดำเนินการแก้ไขอยู่
๔. ขอให้ประชาชนคิดว่า ทำอย่างไรเราถึงจะอยู่ได้ โดยไม่ต้องรองบประมาณ จังหวัดมีโครงการพระราชดำริมากมาย และจากผลสำรวจ พบว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุด และเป็นจังหวัดที่มีความสุข เรามีทรัพยากรมากมาย อากาศดี มีต้นทุนธรรมชาติ ป่าไม้สมบูรณ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอนปลูกพืชได้หลายชนิด โดยเฉพาะต้นไม้สัก ซึ่งขณะนี้ถ้าปลูกในที่ตัวเองกฎหมายออกมาแล้วว่าสามารถตัดขายได้แล้ว ยกตัวอย่าง อบต.แม่ทา ที่ได้รวมกลุ่มกันเพาะกล้าไม้สัก และปลูกไม้สัก พอระยะเวลา ๘ ปี ก็สามารถตัดขายได้ เอามาสร้างบ้านได้ จนประสบความสำเร็จ เป็นต้น
๕. ขอฝากเรื่องความรู้รักสามัคคีในเรื่องที่ดีภายในหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็ง ขอให้ทุกคนทำหมู่บ้านของตนเองให้อยู่ดีกินดี
๖. ขอให้ชุมชนช่วยกันดูแลรักษาป่าให้สมบูรณ์ สร้างป่า สร้างรายได้

สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ขอบคุณนายอำเภอ ทีมวิทยกร และอวยพรให้ได้งบประมาณตามที่ตั้งใจ
และขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญ

S__12386370 S__12386372 S__12386374 S__12386376

 

|  103 views

Leave a Comment

*

scroll to top