วันอาทิตย์ , 21 ตุลาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. ศึกษาและกีฬา สนช. ศึกษาดูงานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ณ จังหวัดสงขลา (ฉบับที่ ๒)

กมธ. ศึกษาและกีฬา สนช. ศึกษาดูงานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ณ จังหวัดสงขลา (ฉบับที่ ๒)

มิถุนายน 14, 2018 5:06 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

bb1

วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. นำโดย ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ ผศ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พลตรี จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ รศ.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล กรรมาธิการ พลเรือเอก พิจารณ์ ธีรเนตร กรรมาธิการ พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ กรรมาธิการ พลอากาศเอก จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ กรรมาธิการ และ พลอากาศเอก ชูชาติ บุญชัย กรรมาธิการ พร้อมด้วยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษา นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ และคณะทำงานจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน รวมทั้งพลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับ “กระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ” โดยคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. และคณะทางานจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ได้ประชุม และแลกเปลี่ยนความเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้สามารถนาไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลเป็นรูปธรรม และเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ บ้านหนองเสาธง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา โดยมีนายถั่น จุลนวล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนรู ในฐานะประธานศูนย์ฯ และคณะ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยการดำเนินงานของศูนย์ฯ มาจากการได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาศึกษาและทำความเข้าใจร่วมกันของคนในชุมชนบ้าน หนองเสาธง และการประยุกต์ปรับใช้ให้เข้ากับพื้นที่วิถีชีวิต และวัฒนธรรม โดยมีแนวคิดในการพัฒนาที่จะนำไปสู่การเป็นชุมชนพึ่งพาตนเองแบบครบวงจร การอยู่ร่วมกันของชุมชนด้วยความรักความสามัคคีและ ความเอื้ออาทรต่อกัน มีการนำแผนของชุมชนไปสู่การปฏิบัติในหลาย ๆ ด้าน จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน หน่วยงานต่าง ๆ และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ อาทิ ธนาคารอาหารชุมชน ธนาคารข้าว น้ำพริกสมุนไพร ธนาคารต้นไม้ ธนาคารน้ำ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต โรงสีข้าวชุมชน และกองทุนสัจจะ เพื่อพัฒนาชุมชนสู่การเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขยายผลไปสู่ชุมชนและครัวเรือนให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างมีคุณภาพ

จากนั้น เวลา ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา คณะกรรมาธิการและคณะทำงาน ได้ประชุมและแลกเปลี่ยนความเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลเป็นรูปธรรม และเยี่ยมชมศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมใหม่บ้านเขาจันทร์ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีจาก นายคำนึง นวลมณีย์ ประธานศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมใหม่บ้านเขาจันทร์ และคณะ ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวจบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยอาชีพที่ผ่านมารับจ้างก่อสร้างทั่วไป และเป็นอดีตลูกจ้างประจำตำแหน่งนักการภารโรง จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้คิดค้นนวัตกรรมเศรษฐกิจพอเพียงแบบครบวงจรในการปลูกผักสวนครัวเพื่อไว้กินตามหลักการ “กินในสิ่งที่ปลูก ปลูกในสิ่งที่กิน” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของศาสตร์พระราชา จากแนวคิดดังกล่าวได้พัฒนาและขยายระบบการทาเกษตรกรให้เกิดความยั่งยืนและให้ความช่วยเหลือชุมชน และประชาชนผู้ที่สนใจ จนเกิดเป็น “ศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมใหม่บ้านเขาจันทร์” ซึ่งดำเนินงานของศูนย์ฯ จะเน้นการใช้หลัก Permaculture คือ ระบบการออกแบบที่ดินสำหรับบ้านขนาดเล็ก การผลิตอาหาร และพลังงานเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยระบบนิเวศวิทยา การเกษตรอินทรีย์ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การรีไซเคิล และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยแนวทางของ Permaculture จึงเป็นการทำงานและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างระมัดระวัง การวางแผนและออกแบบอย่างรัดกุม เพื่อทางานร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่ทำลายธรรมชาติหรือฝืนธรรมชาติ การปลูกพืชหลากหลายแทนที่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยว การใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่างพืช น้ำ โครงสร้างต่าง ๆ แมลง และสัตว์ การจัดสภาพแวดล้อมให้เกื้อกูลกันเพื่อที่จะให้ระบบสามารถดูแลกันเองตามธรรมชาติได้ เช่น การเลี้ยงไก่ไว้กินแมลงรบกวน เลี้ยงเป็นไว้กินวัชพืชหรือเพื่อช่วยในการพรวนดิน การแบ่งพื้นที่ใช้สอยปลูกพืชสมุนไพรและผักเอาไว้ใกล้ ๆ บ้าน และพืชบางอย่างที่นาน ๆ ใช้สอยที่จะเอาไว้ไกล ๆ บ้าน และระบบกักเก็บน้ำและ การบริหารจัดการน้ำ (โดยการใช้แรงโน้มถ่วงของโลกให้เป็นประโยชน์) ทั้งนี้ ศูนย์ฯได้ใช้ประโยชน์จากเกษตรอินทรีย์ การปลูกผักไฮโดโปรนิค (แบบใช้ดินปลูก) เทคนิคการปลูกมะนาวให้มีผลผลิตที่ดี ระบบการผลิตน้ำจากต้นไผ่ การทำนาในล้อยาง การปลูกพืชในท่อซีเมนต์และล้อยางแบบไม่ต้องรดน้ำ การทำปุ๋ย และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยกิจกรรมดังกล่าวของศูนย์ฯ เป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมสามารถนำไปพัฒนาและประกอบอาชีพได้

bb1 bb2 bb3 bb4

|  123 views

Leave a Comment

*

scroll to top