วันอังคาร , 25 กันยายน 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาและการกีฬา สนช. เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาเชิงนโยบาย โดยการพัฒนาความร่วมมือทางการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน

กมธ. การศึกษาและการกีฬา สนช. เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาเชิงนโยบาย โดยการพัฒนาความร่วมมือทางการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน

สิงหาคม 10, 2018 3:27 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

ระหว่างวันเสาร์ที่ ๔ ถึงวันพุธที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ นำโดย ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พลเอก องอาจ พงษ์ศักดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง พลเอก จีระศักดิ์ ชมประสพ กรรมาธิการ พลเอก อุดมชัย  ธรรมสาโรรัชต์ กรรมาธิการ และนายปรีชา บัววิรัตน์เลิศ เลขานุการคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้แก่ นางวีนัส ธรรมสาโรรัชต์ และนายไพศาล
ตอยิบ
รวมทั้งนางสโรชินี ศิริวัฒนา เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการได้เดินทางไปเยือนและประชุมทวิภาคีด้านการศึกษา ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคอาเซียน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประเทศไทยนั้นอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ตามกรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี รวมถึงเร่งดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ
ด้านต่าง ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ และการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งการดำเนินการด้านการศึกษาที่สอดคล้องรองรับกับการดำเนินการภายใต้โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจ
ภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านต่างประเทศภายใต้นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐

ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน ทั้งเรื่องของการพัฒนาผู้เรียน บุคลากรทางการศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยีทางการศึกษาเพื่อสร้างเสริมความเข้มแข็งให้กับพลเมืองของอาเซียน กมธ.การศึกษาและการกีฬา สนช. จึงเห็นควรให้มีการเดินทางไปเยือนและประชุมทวิภาคีด้านการศึกษา ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เนื่องจากมีความสำคัญและเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาที่มีคุณภาพและมีหน่วยงานซึ่งเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีผลสรุปจากการเดินทางไปเยือนและประชุมทวิภาคี ดังนี้

๑.  SMA Negeri 3 Malang (SMA 3), Malang

กมธ. เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารโรงเรียน SMA Negeri 3 Malang (SMA 3) นำโดย Hj Asri Widiapsari, M.Pd, The Principal ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน แนวทางการคัดเลือกการพัฒนาและการส่งเสริมคุณภาพบุคลากรครู รวมทั้งแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างกัน ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้นับว่า สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีคุณภาพซึ่งสะท้อนได้จากผลการสอบ NT ของโรงเรียนนั้นอยู่ในลำดับต้นของประเทศ รวมทั้งยังสามารถบริหารจัดการศึกษาด้วยทรัพยากรที่จำกัดโดยเน้นที่ Commitment พร้อมกับความตั้งใจของครูและผู้บริหารโรงเรียน 

๒. University of Muhammadiyah Malang (UMM), Malang

กมธ.เข้าร่วมประชุมทวิภาคีเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการอุดมศึกษาและผลสัมฤทธิ์จากความร่วมมือทางวิชาการกับผู้บริหาร University of Muhammadiyah Malang (UMM) นำโดย Dr.Fauzan M.Pd, Rector of University of Muhammadiyah Malang พร้อมกับได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับนักศึกษาไทยที่ได้รับทุนการศึกษาจาก UMM ทั้งนี้ ที่ประชุมทวิภาคีได้มีข้อตกลงเบื้องต้นในการทำ MOA เพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาด้านการเกษตรระหว่างสถาบันอุดมศึกษาของไทยกับ UMM สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมี กมธ.รับหน้าที่ประสานการดำเนินงานเพื่อให้ข้อตกลงดังกล่าวเกิดผลสัมฤทธิ์ ตามวัตถุประสงค์ โดยในเบื้องต้นนี้ ที่ประชุมทวิภาคีมีความเห็นร่วมกันที่จะกำหนดรูปแบบและแนวทางการดำเนินการร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการความร่วมมือดังกล่าวเกิดความยั่งยืนต่อไป

 

๓. Institut Teknologi Bandung (ITB), Bandung

กมธ. เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ Edwan kardena, Ph.D., Director of Institut Teknologi Bandung (ITB) ในประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการ แนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะด้านอากาศยาน และเทคโนโลยีทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาที่รองรับกับการดำเนินงานภายใต้โครงการ EEC ของไทย ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมได้มีความเห็นว่าความร่วมมือทางการศึกษาหรือความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นการพัฒนาคนที่ยั่งยืน อันเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการพัฒนา แต่ในเบื้องต้นนี้ควรกำหนดแนวทางการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างเดียวกันเพื่อลดปัญหาและอุปสรรค เช่น ให้การสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอ และกำหนดช่วงเวลาการเปิด – ปิดภาคการศึกษาให้ตรงกัน ซึ่งปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในประเทศไทยส่วนใหญ่ได้ปรับเปลี่ยนการเปิด – ปิดภาคการศึกษาให้ตรงกับอาเซียนซึ่งหมายรวมถึงอินโดนีเซียแล้ว เป็นต้น

๔. Ministry of Education and Culture Republic of Indonesia, Jakarta

กมธ. เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนของ Ministry of Education and Culture Republic of Indonesia ได้แก่ Didik Suhardi, Ph.D., Secretary-General, Hamid Muhammad, Ph.D., Director-General, Ir.Anato kusuma Seta, M.Sc., Ph.D., Expert Staff for Innovation and Competitiveness โดยร่วมหารือในประเด็นเกี่ยวกับการส่งเสริม และพัฒนาการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน การอาชีวศึกษา และการอุดมศึกษา โดยเฉพาะความคืบหน้าการยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยจัดตั้งเป็น Ministry of Research, Technology, and Higher Education และแนวทาง การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและผู้เรียน พร้อมกับยินดีให้ความร่วมมือทางด้าน การศึกษา อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพัฒนาของทั้งสองประเทศต่อไปในอนาคต

 

๕. ASEAN Secretariat, Jakarta

กมธ. เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ H.E. Lim Jock Hoi, Secretary-General of ASEAN พร้อมด้วยนางสาวภาสพร  สังฆสุบรรณ์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน  ณ ASEAN Secretariat, Jakarta ในประเด็นสำคัญ เช่น แนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาของอาเซียน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการร่วมมืออย่างแข็งขันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ดังปรากฏในคำปาฐกถาพิเศษของพลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศ “วาระแห่งชาติ : สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่ว่า “เราจะเดินหน้าไปด้วยกันและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” (Stronger, Together and Leave No One Behind) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งการกำหนดหลักสูตรอาเซียนศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองอาเซียนในประเทศกลุ่มอาเซียน ความร่วมมือด้านการศึกษาของอาเซียนตามปฏิญญาชะอำ-หัวหิน การแก้ไขปัญหาคนไร้สัญชาติของพลเมืองในประเทศกลุ่มอาเซียน แนวทางการส่งเสริมให้พลเมืองอาเซียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาอาเซียนตามที่กำหนดในกฎบัตรอาเซียนอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ประชุมร่วมกันระหว่าง กมธ. และเลขาธิการอาเซียน ได้มีความเห็นว่าควรส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนให้เข้มแข็ง โดยเฉพาะด้านการเกษตร เทคโนโลยีทางการเกษตร และนวัตกรรม ซึ่งเลขาธิการอาเซียนรับที่จะผลักดันวาระดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมอาเซียนในครั้งต่อไป ทั้งนี้ เลขาธิการอาเซียนได้ยืนยันถึงความพร้อมที่จะร่วมทำงานสนับสนุนในวาระที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีต่อไปอย่างเต็มที่

 

๖. เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา (นายทรงพล สุขจันทร์)

กมธ. เข้าร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา (นายทรงพล  สุขจันทร์) พร้อมด้วย นางสาวธิดา  สุขมีลาภ อัครราชทูตที่ปรึกษา ณ กรุงจาการ์ตา โดย เอกอัครราชทูตฯ ได้ให้ข้อมูลถึงการช่วยเหลือคนไทยที่ประสบ เหตุธรณีพิบัติภัยในพื้นที่เกาะลอมบอก สาธารณรัฐอินโดนีเซียจากนั้น กมธ. ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาเยือนและประชุมทวิภาคีด้านการศึกษา ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซียในครั้งนี้ และผลสำเร็จที่เกิดขึ้น คือ การประสานความร่วมมือเพื่อจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษาเบื้องต้นระหว่างสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของสาธารณรัฐอินโดนีเซียกับสถานศึกษาต่าง ๆ ของไทย ในการนี้ เอกอัครราชทูตฯ มีความยินดีที่จะให้การช่วยประสานการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ขั้นตอนในการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นนั้นสำเร็จลุล่วงด้วยดี พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูตฯ ให้เกียรติจัดเลี้ยงรับรอง กมธ. ณ BungaRampai, Menteng Jakarta

 

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

|  121 views

Leave a Comment

*

scroll to top