วันศุกร์ , 19 ตุลาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาและการกีฬา สนช. พิจารณาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรและฐานสมรรถนะอาชีวศึกษาไทยที่มีคุณภาพและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กมธ. การศึกษาและการกีฬา สนช. พิจารณาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรและฐานสมรรถนะอาชีวศึกษาไทยที่มีคุณภาพและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

สิงหาคม 16, 2018 4:59 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ ดร.ตวง  อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๑ ณ อาคารรัฐสภา ๒  มีประเด็นสำคัญในการพิจารณา อาทิ

  • พิจารณาแนวทางการพัฒนาหลักสูตร : การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล เน้นฐานสมรรถนะที่ทำให้อาชีวศึกษาไทยมีคุณภาพ

รองศาสตราจารย์วุฒิชัย  กปิลกาญจน์ กมธ.การศึกษาและการกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการได้ตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการเรียนการสอนที่ครูผู้สอนจะนำไปใช้กำหนดแผนการสอนให้บรรลุ ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละหลักสูตรเพื่อใช้ในการผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพระดับฝีมือระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งเรื่องดังกล่าว ได้บัญญัติไว้เป็นหลักการสำคัญในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษาพ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว แต่เนื่องจากในปัจจุบัน สอศ. ยังไม่ได้ปรับปรุงหลักสูตรอาชีวศึกษาให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะหรือมาตรฐานวิชาชีพของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อให้ผู้เรียน ได้มีสมรรถนะตามที่กำหนดไว้ในแต่ละอาชีพ ส่งผลให้ผลผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษา              มีคุณสมบัติหรือสมรรถนะที่ยังไม่เป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานความต้องการของตลาดแรงงาน แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และยังไม่สามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยกำลังคนด้านวิชาชีพฝีมือระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง

ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาจึงได้สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำ เป็นร่างรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “การพัฒนาหลักสูตร : การจัดการเรียนการสอน  การวัดและประเมินผล เน้นฐานสมรรถนะ ที่ทำให้อาชีวศึกษาไทยมีคุณภาพ” เพื่อเสนอถึงสภาพปัญหา ทางออกหรือทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และกฎหมาย พร้อมกับได้นำเสนอตัวอย่างหรือรูปแบบของการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ เช่น สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เป็นต้น

ในการนี้ ที่ประชุม กมธ. เห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาศึกษาดังกล่าว พร้อมกับได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมไว้ในประเด็นสำคัญ อาทิ ควรวางแผนการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน กับบริษัท ห้าง ร้านหรือสถานประกอบการเพื่อรับผู้เรียนอาชีวศึกษาเข้าไปฝึกงานให้เกิดความรู้ความชำนาญ ซึ่งจะช่วยให้การผลผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษามีสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น พร้อมกับเร่งขจัดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคสำคัญที่กีดขวางไม่ให้ความร่วมมือดังกล่าวเกิดผลสำเร็จ

     นอกจากนี้ ไม่ควรปรับเปลี่ยนบุคคลผู้ดำรงตำแหน่งในระดับผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาบ่อยจนเกินไป เนื่องจากจะส่งผลให้การดำเนินนโยบายการพัฒนาไม่มีความต่อเนื่อง ซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น ได้เสนอให้มีการนำผลการปฏิบัติงานที่ประสบความสำเร็จมาเป็นผลงานทางวิชาการในการเลื่อนระดับเป็นผู้บริหารที่สูงขึ้นจนถึงระดับ ๑๑ ประกอบกับควรส่งเสริมให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาเป็นนิติบุคคลที่อิสระมีความคล่องตัวทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ และการบริหารจัดการ เป็นต้น โดยคณะอนุกรรมาธิการจะรวบรวมข้อเสนอแนะดังกล่าวเพื่อผนวกไว้เป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในร่างรายงานดังกล่าวให้เกิดความสมบูรณ์ จากนั้น คณะกรรมาธิการจะได้เสนอรายงานการพิจารณาศึกษาดังกล่าวต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

  • พิจารณาแนวทางการดำเนินการตามกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ดร.ตวง  อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะทำงานจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแล้วทั้ง ๓ ครั้ง ใน ๓ ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นั้น กมธ.ได้มีกำหนดที่จะเดินทาง ไปศึกษาดูงานในครั้งที่ ๔ ภาคตะวันออก ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดจันทบุรี ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ ซึ่งจะเป็นการศึกษาดูงานกระบวนการเรียนรู้         ตามศาสตร์พระราชาและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งสุดท้าย โดยมีภารกิจไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมกับร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเกษตรกรศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านเกษตรผสมผสาน และเดินทางไปศึกษาดูงานยังศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ป่าชายเลน หน่วยสาธิตการเลี้ยงสัตว์ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี พร้อมกับร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกษตรกรศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านการผลิตเห็ดเศรษฐกิจครบวงจร และเกษตรกรศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริด้านการผลิตผัก

จากนั้น กมธ.จะรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดเพื่อจัดทำเป็นร่างรายงานการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบายในการจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน และจัดเวทีเสวนาโดยเชิญผู้แทนจากองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปราชญ์ชาวบ้านที่ได้นำแนวทางพระราชดำริไปปฏิบัติและปรับใช้กับการดำรงชีวิตจริงแล้วประสบผลสำเร็จมาให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม  ซึ่ง กมธ. จะได้นำมาปรับปรุงข้อเสนอตามรายงานให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนที่จะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

8 7 6 5 4 3 2 1

|  55 views

Leave a Comment

*

scroll to top