วันพฤหัส , 15 พฤศจิกายน 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. การศึกษาและการกีฬา สนช. “ศึกษาการปรับตัวของอุดมศึกษาไทย ส่งเสริมและสนับสนุนการอาชีวศึกษาเกษตร และยกระดับการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์การกีฬา”

กมธ. การศึกษาและการกีฬา สนช. “ศึกษาการปรับตัวของอุดมศึกษาไทย ส่งเสริมและสนับสนุนการอาชีวศึกษาเกษตร และยกระดับการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์การกีฬา”

กันยายน 14, 2018 11:03 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

cc1
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. ได้มีการประชุม ครั้งที่ ๒๙/๒๕๖๑ โดยมี ดร. ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณา
ประเด็นสาคัญ โดยสรุป ดังนี้
– พิจารณาศึกษาการปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธาน คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษา กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เรื่อง การปรับตัว
ของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลและความเห็นในประเด็นดังกล่าว
ในการนี้ คณะกรรมาธิการได้มีความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยสรุป ดังนี้
๑) ควรสนับสนุนให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจากผลงานวิจัยที่มีคุณภาพทั้งการจดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร เพื่อต่อยอดการพัฒนาองค์ความรู้อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณค่า
๒) ควรส่งเสริมให้เยาวชนไทยที่อยู่ในระบบการศึกษาในทุกระดับ โดยเฉพาะอุดมศึกษาได้มีโอกาสทางานเสริมในระหว่างศึกษาเล่าเรียน เช่นเดียวกับนักเรียนนักศึกษาในต่างประเทศ ทั้งนี้ นอกจากที่นักเรียนนักศึกษาจะมีรายได้รับเงินเพิ่มแล้ว ยังสามารถสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของเงิน และยังช่วยฝึกฝนทักษะการเรียนรู้และได้ประสบการณ์จากการทางาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนโอกาสในการทำงานที่นักเรียนนักศึกษาต้องการในอนาคต
๓) ควรสนับสนุนให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จบการศึกษาจากต่างประเทศกลับมาพัฒนาประเทศชาติ เพื่อป้องกันมิให้ประเทศไทยต้องประสบกับปัญหาภาวะสมองไหล หรือคนเก่งย้ายไปทำงานในต่างประเทศมากขึ้น
๔) ตำแหน่งอาจารย์ที่มีประสบการณ์ที่เกษียณอายุ ควรมีการนำมาจ้างเป็นอัตราทดแทนมาช่วยในการสอน
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะเชิญผู้แทนจากที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง
มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.) และที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย
(ปอมท.) เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาต่อไป
– พิจารณาสรุปผลการเดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุน
อาชีวศึกษาเกษตร
รองศาสตราจารย์วุฒิชัย กปิลกาญจน์ กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการได้เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนอาชีวศึกษาเกษตร พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางระบบ รูปแบบ และหลักสูตรการจัดการศึกษาด้านเกษตรกรรม สภาพปัญหา อุปสรรคที่เกิดจากการจัดการศึกษา การความร่วมมือในการจัดการศึกษา รวมถึงการต่อยอดการจัดการศึกษาและการเข้าสู่การมีงานทำของผู้เรียน ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ ที่หลากหลาย และปัญหาแต่ละเรื่องควรต้องมีการทบทวนอย่างเป็นระบบ อาทิ การขยายอายุเกษียณราชการ การขาดแคลนครูในสาขาวิชาต่าง ๆ ปัญหาครูอัตราจ้างที่ไม่มีความมั่นคงในอาชีพ ปัญหาการกระจายอำนาจการบริหารสถานศึกษา แนวทางการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารโดยไม่ต้องย้ายสถานศึกษา และการขยายตลาดแรงงานเพื่อรองรับกับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการจะเร่งพิจารณาและดำเนินการจัดทำความเห็นในเรื่องดังกล่าวเพื่อเสนอคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
– พิจารณาศึกษาการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนและสมรรถนะนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ
พลเอก อดุลยเดช อินทะพงษ์ กรรมาธิการ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการการกีฬา กลาวว่า คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา เรื่อง การขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนและสมรรถนะนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่น กรมพลศึกษา กรมอนามัย
การกีฬาแห่งประเทศไทย
และศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ
ได้มีข้อสังเกตต่อการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนและสมรรถนะนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศว่า ประชาชนและนักกีฬาส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาซึ่งมีหลายแขนงอย่างแท้จริง การเข้าถึงการให้บริการยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทั่วถึง การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานักกีฬาให้มีความรู้ความเข้าใจและมีสมรรถนะทางร่างกายยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะรวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อจัดทารายงานการพิจารณาศึกษาเสนอต่อคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาต่อไป

cc2 cc3 cc4 cc5 cc6

 

|  78 views

Leave a Comment

*

scroll to top