วันอังคาร , 13 พฤศจิกายน 2018

Home » กิจกรรมพิเศษ » กิจกรรม สนช. » สนช. ร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน การคลังและการค้า ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ (CICG) นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

สนช. ร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน การคลังและการค้า ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ (CICG) นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

ตุลาคม 16, 2018 12:02 pm by: Category: กิจกรรม สนช., กิจกรรมพิเศษ, ต่างประเทศ, หน้าหลัก Leave a comment A+ / A-

วันจันทร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐-๑๓.๐๐ นาฬิกา ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ (CICG) นครเจนีวา
สมาพันธรัฐสวิส สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกอบด้วย นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ในฐานะกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน การคลังและการค้า พร้อมด้วย นายศักดิ์ทิพย์
ไกรฤกษ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน การคลังและการค้า

โอกาสนี้ นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ได้กล่าวอภิปรายในหัวข้อ “บทบาทของการค้าและการลงทุนที่เป็นธรรมและเสรีเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (The role of fair and free trade and investment in achieving the SDGs, especially regarding economic equality, sustainable infrastructure, industrialization and innovation)” ว่า ไทยสนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้าพหุภาคีและการลงทุนภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ปัจจุบันไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่มีผลบังคับใช้ จำนวน ๑๒ ฉบับ และอยู่ระหว่างเจรจากับประเทศคู่เจรจาเพื่อเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยมีโครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงและท่าเรือน้ำลึกเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเชื่อมต่อกับประเทศในภูมิภาค รวมถึงโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) นอกจากนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เห็นชอบพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม และจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเพื่อกำกับดูแลการประกอบธุรกิจให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว มีการจัดทำนโยบายและกฎหมายเพื่อรองรับและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างฉับพลันและเพื่อนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเตรียมไทยไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและฐานคุณค่าและก้าวไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง มีการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่และธุรกิจเกิดใหม่บนฐานนวัตกรรมโดยให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาตลาดและยังจัดวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อให้บริการประชาชนในหมู่บ้านห่างไกลกว่า ๓ ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งพบว่าไทยได้รับการจัดลำดับ “ดัชนีนวัตกรรมโลก ปี ๒๕๖๑” อยู่ในลำดับที่ ๔๔ จาก ๑๒๖ ประเทศ มีการจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าการค้าสินค้าออนไลน์ของผู้ประกอบการชุมชนเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ รวมทั้งโครงการทุนบูรณาการเพื่อความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์โดยมีตนเป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาต่อยอด
คัดเลือก บ่มเพาะและจัดสรรทุนสนับสนุนผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ คณะผู้แทนไทยได้มีข้อเสนอเพื่อส่งเสริมให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ ๙ คือ
๑) ต้องให้ความสำคัญในการร่วมมือของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในการจัดทำนโยบายและกฎระเบียบทางดิจิทัลที่เป็นสากล รวมถึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยขอเสนอให้สหภาพรัฐสภาจัดทำแนวปฏิบัติด้านนโยบายและการกำกับดูแล (Policy and Regulartory Framework) ด้าน Fintech และระบบการชำระเงิน (Payment System) ทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Blockchain Technology และ Cryptocurrency
๒) ส่งเสริมให้มีการถ่ายโอนความรู้และเทคโนโลยี ความช่วยเหลือทางการเงิน และการสร้างความตระหนักรู้ของสังคมเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการค้าและการลงทุนที่เสรีและเป็นธรรมและ
๓) สมาชิกรัฐสภาต้องมีบทบาทหลักในการพัฒนากฎหมายเพื่ออำนวยให้การค้าและการลงทุนที่เสรีและเป็นธรรมในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลการเตรียมการเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาในโอกาสการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๔ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๑ ณ เมืองคราคูฟ ประเทศโปแลนด์ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมด้วย

S__9584698 S__9584699 S__9584701

|  50 views

Leave a Comment

*

scroll to top