วันอังคาร , 13 พฤศจิกายน 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปผลการประชุม กมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน

สรุปผลการประชุม กมธ.การบริหารราชการแผ่นดิน

พฤศจิกายน 5, 2018 10:40 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

วันศุกร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคณะอนุกรรมาธิการการจัดระบบการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาศึกษาเรื่องการประกอบกิจการให้เช่าที่พัก ซึ่งที่ประชุมได้เสนอแนะให้จัดกลุ่มประเภทที่พักออกเป็น ที่พักที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายโรงแรมและที่พักที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายโรงแรม มีการดำเนินการโดยภาคเอกชน ภาครัฐ และอื่น ๆ รวมถึงได้กำหนดประเด็นการพิจารณาเป็น ๕ ประเด็น ดังนี้ การดำเนินธุรกิจ/ภาษี ความมั่นคงของอาคาร สิ่งแวดล้อม ความสงบเรียบร้อย และแนวทางการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในอนาคต โดยที่ประชุมเห็นว่าหากมีที่พักอยู่นอกระบบมาก อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ อาทิ การจัดเก็บรายได้ของรัฐลดลง นักท่องเที่ยว และผู้เข้าพักขาดความมั่นคงปลอดภัย เนื่องจากปัญหาอาชญากรข้ามชาติ 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีความเห็นเกี่ยวกับการควบคุมบ้านพักที่นามาทำเป็นโฮมสเตย์ว่า กฎหมายไม่ควรเข้าไปจำกัดสิทธิ์ของประชาชนที่ต้องการหารายได้จากทรัพย์สินที่ตนเองมี แต่ควรปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สาหรับคณะอนุกรรมาธิการการป้องกัน การรักษาความมั่นคงประเทศและกิจการทหาร ได้พิจารณา (ร่าง) รายงานสรุปผลกระทบกรณีการใช้เรือบรรทุกน้ำมันจอดลอยลำเป็นคลังน้ำมันในพื้นที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยยร่างรายงานฉบับดังกล่าว ได้มีการปรับแก้ตามที่คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เสนอ ทั้งในประเด็นของการแยกข้อเสนอแนะออกจากข้อสังเกต และให้แบ่งข้อเสนอแนะที่ได้จากการพิจารณาศึกษาเป็น ๓ ด้าน ประกอบด้วย ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ข้อเสนอแนะด้านกฎหมาย และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อให้เกิดความชัดเจน สมบูรณ์ตามที่ได้มีการพิจารณาศึกษา ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นว่า จากกรณีกรมเจ้าท่าได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันลอยลำ โดยอาศัยมาตรา ๑๑๔ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ เป็นเรื่องการใช้ช่องว่างของกฎหมายที่ไม่สามารถบังคับกับกรณีดังกล่าวได้โดยตรง ประกอบกับพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ โดยเฉพาะ มาตรา ๑๑๔ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ส่วนพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ยังไม่สามารถใช้บังคับให้ครอบคลุมเรือบรรทุกน้ำมันลอยลำที่มีลักษณะคลังน้ำมันขนาดใหญ่ หรือเรือบรรทุกก๊าชเหลวที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้น จึงควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ และประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้มีความทันสมัย ครอบคลุมเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงที่เข้ามาในน่านน้ำไทย และจอดทอดสมอลอยลำในลักษณะคลังน้ำมันขนาดใหญ่ หรือเรือบรรทุกก๊าชเหลว การขนถ่ายน้ำมันแบบระหว่างเรือต่อเรือ (Ship to Ship) ในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้กรมธุรกิจพลังงานและกรมเจ้าท่า สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายในการกำกับและควบคุมธุรกิจพลังงานได้อย่างครอบคลุมรอบด้านต่อไป

ด้านคณะอนุกรรมาธิการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของกำนันตำบลบ่อโพธิ์ที่ได้แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จว่า ที่ดินที่ผู้ร้องครอบครองเป็นที่สาธารณประโยชน์และได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแล้ว ในพื้นที่ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยเชิญนายอำเภอนครไทยและเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก สาขานครไทย เข้าร่วมประชุม สำหรับการประชุมคณะอนุกรรมาธิการในครั้งหน้า จะเชิญนายอำเภอเมืองสมุทรสาคร นายกเทศมนตรีตำบลบางหญ้าแพรก และสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมประชุมในเรื่องร้องเรียน กรณีขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๓ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เกี่ยวกับการจัดทำประชาคมของราษฎรในหมู่บ้าน เพื่อให้ความเห็นต่อการสร้างโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากวัสดุเหลือใช้หรือขยะในพื้นที่ชุมชน และกรณีมีการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ โดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากในพื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11

|  52 views

Leave a Comment

*

scroll to top