วันอังคาร , 13 พฤศจิกายน 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ. ศึกษาและกีฬา สนช. ศึกษาหาแนวทางการปฏิรูปการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์ การปฏิรูปการอาชีวศึกษาและการปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

กมธ. ศึกษาและกีฬา สนช. ศึกษาหาแนวทางการปฏิรูปการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์ การปฏิรูปการอาชีวศึกษาและการปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

พฤศจิกายน 9, 2018 11:18 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

dd

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ดร.ตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๓๕/๒๕๖๑
ณ อาคารรัฐสภา ๒ มีประเด็นสำคัญในการพิจารณา อาทิ

– พิจารณาแนวทางการปฏิรูปการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์
นายโกศล  เพ็ชร์สุวรรณ์ กมธ.การศึกษาและการกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการปฏิรูปการเรียนการสอนด้านคณิตศาสตร์ เนื่องจากคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ซึ่งทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้ แต่ในปัจจุบันพบว่า ปัญหาสำคัญของการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ไม่ได้สอนให้ผู้เรียนได้มีทักษะและกระบวนการคิด วิเคราะห์ หรือสังเคราะห์ข้อมูลอย่างเข้มข้น แต่จัดการเรียนการสอนในลักษณะความจำมากกว่าการให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจซึ่งส่งผลให้ผู้เรียนไม่เข้าใจหลักการในทางคณิตศาสตร์เท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงเห็นควรให้มีการจัดเสวนา เรื่อง “การปฏิรูปการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในระดับการศึกษาภาคบังคับ” ในวันอังคารที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๔.๓๐ นาฬิกา เพื่อเป็นเวทีสำหรับรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเชิญผู้เข้าร่วมเสวนาจำนวนประมาณ ๕๐ คน ทั้งนี้ ภายหลังดำเนินงาน
ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย คณะอนุกรรมาธิการจะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นทั้งหมดมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และ
ประมวลผลเพื่อจัดทำรายงานการพิจารณาศึกษาเสนอต่อคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

– พิจารณาศึกษาเรื่องการปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์เฉลิมชัย  บุญยะลีพรรณ รองประธาน กมธ.การศึกษาและการกีฬา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอุดมศึกษา รายงานต่อที่ประชุมว่า ตามที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการ
การอุดมศึกษาได้พิจารณาศึกษา เรื่อง การปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมาอย่าง
ต่อเนื่องนั้น คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนินการกำหนดกรอบและยกร่างรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อ
การเปลี่ยนแปลงในอนาคตไว้เบื้องต้นแล้ว

โดยรายงานฉบับนี้ มีเนื้อหาสาระที่เป็นส่วนสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวของอุดมศึกษาไทย คือ สภาพปัญหา แนวทางการปรับตัวของอุดมศึกษาไทยและความคิดเห็นต่อแนวทางการปรับตัวของอุดมศึกษาไทยต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งนำมาจากผลการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม สถาบันอุดมศึกษา นิสิตและนักศึกษามาวิเคราะห์ สังเคราะห์และประมวลผล
เพื่อจัดทำเป็นรายงานการพิจารณาศึกษา

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวได้นำสาระสำคัญเกี่ยวกับผลการพิจารณาศึกษาของคณะทำงานจัดทำหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ตามศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืนมาผนวกเพื่อแสดงความเชื่อมโยงถึงความสำคัญของการบูรณาการศาสตร์ความรู้ในแขนงต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการยกระดับและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ของอุดมศึกษาไทย การนำระบบ Ecosytem มาใช้ในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษายุคใหม่ และสถิติประชากรศาสตร์ที่สะท้อนถึงอัตราการเกิดของประชากรไทยที่ลดลง งานวิจัยหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificail Intelligence) ที่ส่งผลกระทบต่ออุดมศึกษาไทย ทั้งนี้ หากดำเนินการเสร็จเรียบแล้วแล้วจะนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

– พิจารณาทบทวนบทสรุปผู้บริหารในรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการ
การอาชีวศึกษาทั้ง ๑๒ ฉบับ เพื่อวิเคราะห์ สังเคราะห์และจัดทำประเด็นความเห็นและนำส่งไปยัง
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ

รองศาสตราจารวุฒิชัย  กปิลกาญจน์ กมธ.การศึกษาและการกีฬา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษา รายงานต่อที่ประชุมว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาได้พิจารณาทบทวนบทสรุป
ผู้บริหารในรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการการอาชีวศึกษาทั้ง ๑๒ ฉบับ เพื่อวิเคราะห์ สังเคราะห์และจัดทำประเด็นความเห็นเพื่อนำไปส่งไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาดำเนินการ ซึ่งได้แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ ๑) การแก้ปัญหาวิกฤต ๒) การแก้ปัญหาด้านคุณภาพ ๓) การแก้ปัญหาด้านปริมาณ โดยในส่วนสาระสำคัญที่มีประเด็นสำคัญและต้องย้ำเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นธรรมและเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาและการยกระดับมาตรฐานการอาชีวศึกษามี ๓ ประเด็นหลัก คือ
๑) ครูและบุคลากรทางการศึกษา 
๒) การประชาสัมพันธ์ ๓) การบริหารจัดการตามพระราชบัญญัติ ทั้งนี้ ในส่วนของการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานศึกษาเกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษานั้น คณะอนุกรรมาธิการเห็นควรมีหนังสือเพื่อเผยแพร่รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๑๒ เรื่องไปยังสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อให้สืบค้นและบันทึกข้อมูลรายงานการพิจารณาศึกษาทั้งหมดผ่านทางเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการการศึกษาและ
การกีฬาต่อไป

20181108_๑๘๑๑๐๘_0002 20181108_๑๘๑๑๐๘_0030 20181108_๑๘๑๑๐๘_0046 20181108_๑๘๑๑๐๘_0078 20181108_๑๘๑๑๐๘_0085

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

|  53 views

Leave a Comment

*

scroll to top