วันจันทร์ , 17 ธันวาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » กมธ.พลังงาน สนช. ศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าและแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

กมธ.พลังงาน สนช. ศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าและแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ณ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

พฤศจิกายน 12, 2018 5:06 pm by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

วันที่ ๔-๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย พลโท อำพน ชูประทุม พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ พลเอก ศุภรัตน์ พัฒนาวิสุทธิ์ และผู้แทนจากคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพลังงานฟอสซิล คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านพลังงานทดแทน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาด้านไฟฟ้า คณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการพิเศษ ศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะถ่านหินและชีวมวลอัดแท่ง เพื่อรับทราบแผนการดำเนินงาน ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งพบว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยใช้ถ่านลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงปีละประมาณ 16 ล้านตัน มีกำลังผลิตเครื่องที่ ๔-๑๓ รวม ๒,๔๐๐ เมกะวัตต์ เฉลี่ยผลิตไฟฟ้าปีละ ๑๘,๐๐๐ ล้านหน่วย ขณะนี้กำลังก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนเครื่องที่ ๔-๗ (MMRP1) กำลังผลิต ๖๕๕ เมกะวัตต์ ตามแผนจะเชื่อมต่อระบบในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๑ ส่วน MMRP2 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าทดแทนเครื่องที่ ๘-๙ ตามแผน PDP2015 ซึ่งมีขนาดกำลังผลิต ๕๑๓ MW ในปี ๒๕๖๕ โรงไฟฟ้าแม่เมาะจะเหลือกำลังผลิต ๑,๑๖๘ MW โดยเหมืองถ่านหินแม่เมาะ เป็นเหมืองแบบเปิด มีปริมาณสำรองทางธรณีวิทยาราว ๑,๐๘๘ ล้านตัน โดยมีปริมาณความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ๘๒๗ ล้านตัน ปัจจุบันขุดขึ้นมาใช้แล้ว ๔๕๙ ล้านตัน ยังเหลือปริมาณสำรองทางเศรษฐกิจอีกราว ๓๖๘ ล้านตัน โดยจะนำไปใช้กับ MMRP1 และ MMRP2 ถึงปี ๒๕๙๔ อีก ๒๔๒ ล้านตัน ทั้งนี้ยังคงต้องเก็บถ่านไว้ค้ำยันพื้นที่ Fossil หอยประมาณ ๑๒๖ ล้านตัน โดยยังไม่มีแผนที่จะนำขึ้นมาใช้ โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะและเหมืองถ่านหินแม่เมาะ มีการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ และใช้เทคโนโลยีถ่านหินที่มีความทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงาน ส่งผลต่อการลดการปล่อยก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และลดปริมาณฝุ่นให้อยู่ภายใต้มาตรฐานที่กำหนด รวมถึงมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ๑๕ สถานี ที่ให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจสอบผลคุณภาพอากาศได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และส่งเสริมสุขภาพของชุมชนโดยรอบบริเวณโครงการ โดยการจัดตั้งกองทุนเพื่อติดตามเฝ้าระวังด้านสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง

DSC_2182 DSC_2246 DSC_2286

|  136 views

Leave a Comment

*

scroll to top