วันจันทร์ , 17 ธันวาคม 2018

Home » ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน » สรุปการสัมมนา เรื่อง “ถอดบทเรียนถ้ำหลวง…การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับพิบัติภัย”

สรุปการสัมมนา เรื่อง “ถอดบทเรียนถ้ำหลวง…การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับพิบัติภัย”

ธันวาคม 6, 2018 10:53 am by: Category: ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน, หน้าหลัก, เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา Leave a comment A+ / A-

จากปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้ประสบภัย ๑๓ ชีวิตที่ติดภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้มีการระดมความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัย การดำน้ำ การขุดเจาะ นักภูมิศาสตร์ นักปีนเขา ตำรวจ ทหาร เอกชนจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (หน่วยซีล) โดยนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย จนกระทั่งปฏิบัติการดังกล่าวสำเร็จลงด้วยดี

 

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสารมวลชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการอวกาศ จึงได้จัดการสัมมนาเรื่อง “ถอดบทเรียนถ้ำหลวง…การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับพิบัติภัย เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ณ อาคารรัฐสภา ๒ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญไปสู่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน อันจะก่อให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทยให้มีความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมี พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ กรรมาธิการ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการอวกาศ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนา และพลเอก สุวโรจน์ ทิพย์มงคล เลขานุการคณะกรรมาธิการ กล่าวรายงาน โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

พลเรือตรี อาภากร  อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจภายใต้สภาพแวดล้อมภายในถ้ำที่มีความซับซ้อน อีกทั้งข้อมูลก็มีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะขาดข้อมูลที่เกี่ยวกับแผนผังของถ้ำ ซึ่งภายหลังได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย จึงทำให้การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ นักประดาน้ำในถ้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมีการทำงานเป็นทีมและเร่งปฏิบัติภารกิจแข่งกับเวลา โดยยึดหลักการว่าทุกชีวิตต้องปลอดภัย ทั้งนี้ ประสบการณ์ที่ได้รับจากเหตุการณ์นี้เห็นว่า เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หน่วยซีลจะต้องมีการฝึกการดำน้ำในรูปแบบที่หลากหลายทั้งแนวนอนและแนวดิ่ง ต้องมีการฝึกซ้อมการนำอุปกรณ์ดำน้ำไปกับตัวด้วยเพื่อจะได้ดำน้ำได้ไกลขึ้น รวมทั้งมีการจัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพิ่มเติม ประการสำคัญคือการสื่อสารใต้น้ำ ที่ผ่านมาจากเหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงการสื่อสารในถ้ำใต้น้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้เลยจนกว่าเจ้าหน้าที่ที่ดำน้ำจะกลับมา จึงต้องหาวิธีแก้ไขและพัฒนาต่อไป

 

นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์อิสระ กล่าวว่ากรณีนี้เป็นกรณีที่ยากมาก ปัญหาคือเมื่อไหร่ที่น้ำท่วมถ้ำ โถงถ้ำทั้งหมดจะอยู่ใต้น้ำในทันทีและจะควบคุมน้ำได้ยาก ในช่วงแรกที่ได้ทราบข่าวได้พยายามให้ข้อมูลแก่ทีมปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ จนกระทั่งทางหน่วยซีลได้มีการประสานขอความช่วยเหลือจึงได้ลงพื้นที่ โดยมีทีมอาสาสมัครอีกส่วนหนึ่งมาร่วมกันปฏิบัติภารกิจ พร้อมทั้งมีการสนับสนุนข้อมูลในส่วนที่จำเป็น และมีการบริหารจัดการข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมด ในท้ายที่สุดเมื่อมีข้อมูลที่เพียงพอ มีอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วย ภารกิจจึงสำเร็จลงได้ด้วยดี

 

จากเหตุการณ์นี้กล่าวได้ว่าจุดแข็งของทีมผู้เชี่ยวชาญ คือ มีนักภูมิศาสตร์ชาวไทยที่มีความสามารถสูงจำนวนมาก ทั้งที่มาจากระบบราชการ มหาวิทยาลัย และอาสาสมัคร ส่วนจุดด้อยที่พบคือ การไม่มีเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญออกมาแสดงความสามารถ ดังนั้น ปฏิบัติการนี้จึงถือเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีนักภูมิศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านจำนวนมาก โดยมารวมตัวให้ความช่วยเหลือผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ใช้ระบบคลาวด์เป็นศูนย์รวมข้อมูลทุกอย่างที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ จึงกล่าวได้ว่านักภูมิศาสตร์ทุกคนเป็นเครือข่ายที่พร้อมใจกันร่วมปฏิบัติการ สนับสนุนข้อมูล และร่วมกันประมวลผล นอกจากนี้ ข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่งที่เห็นว่าควรมีการปรับปรุง นั่นคือ การขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญในทุกแขนง อาทิ งานวิศวกรรม งานเจาะ หรือบุคคลที่สามารถสร้างเทคโนโลยีหรือเครื่องมือใหม่ ๆ ที่นำมาแก้ปัญหาได้เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้การให้ความช่วยเหลือสามารถทำได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

 

นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และอดีตรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าการปฏิบัติงานในเหตุการณ์นี้มีความสอดคล้องตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ใช้ระบบโครงสร้างการจัดการในภาวะฉุกเฉินสำหรับการปฏิบัติงานร่วมกัน ประกอบด้วย ส่วนปฏิบัติการ ส่วนอำนวยการ และส่วนสนับสนุน มีการประสานการปฏิบัติงาน การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ จากที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เป็นผู้มีอำนาจสั่งการ จึงทำให้มีการบูรณาการกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ ผ่านการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดได้อย่างทันท่วงทีตามแนวทางของระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System: ICS) นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีการสำรวจและจัดประเภทถ้ำอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก รวมทั้งควรมีการบริหารข้อมูลที่ดี มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีการจัดหาอุปกรณ์กู้ภัยทั้งทางน้ำและทางบกตามมาตรฐาน สากลที่เหมาะสมกับภารกิจและสภาพพื้นที่ อุปกรณ์สำรวจถ้ำ การจัดทำระบบเฝ้าระวัง และระบบสื่อสารให้พร้อมรองรับเหตุสาธารณภัยในอนาคต พร้อมนี้ได้นำเสนอวิธีการพัฒนาระบบและเครื่องมือสนับสนุนการเผชิญเหตุ โดยมีรายละเอียดดังภาพที่ปรากฏ

Print

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (Gistda) กล่าวว่า การปฏิบัติงานที่ถ้ำหลวงถือเป็นการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง โดยได้รับข้อมูลพื้นที่ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานจากบริษัท แอร์บัส ซึ่งเป็นภาพจากดาวเทียมที่มีความละเอียดสูง นำมาสร้างเป็นข้อมูล ๓ มิติ เพื่อแสดงข้อมูลพื้นที่สำหรับปฏิบัติการค้นหาและให้ความช่วยเหลือ มีการนำภาพจากดาวเทียมมาซ้อนทับข้อมูลเส้นทางซึ่งได้มาจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานซึ่งเป็นมุมมองจากผู้ปฏิบัติงานด้านสารสนเทศ เช่น ควรส่งเสริมให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นการสำรวจ ดูแลถ้ำ หรืออื่น ๆ เนื่องจากคนในพื้นที่จะเป็นกำลังสำคัญยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ควรส่งเสริมให้มีการคาดการณ์เรื่องน้ำที่แม่นยำมากขึ้น ควรมีการจัดทำแผนที่แบบ ๓ มิติ ควรจัดทำคู่มือความปลอดภัยในแต่ละถ้ำ โดยมีการสำรวจหรือกำหนดพื้นที่ปลอดภัย มีการวางระบบสื่อสาร ระบบอาหาร ระบบยาสำรอง มีการบริหารจัดการให้มากขึ้น หรืออาจมีการแบ่งเกรดถ้ำ โดยมีการควบคุมอย่างเข้มข้นหรือเปิดให้เข้าชมได้ และควรมีการจัดการจราจรทางอากาศในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการใช้โดรน เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

 

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสารมวลชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงการใช้ดาวเทียมสำรวจในการรับมือกับพิบัติภัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกในยุคปัจจุบันและรับมือกับพิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

|  162 views

Leave a Comment

*

scroll to top